ปรับโครงสร้างหนี้คืออะไร? เสียประวัติเครดิตบูโรไหม ใครขอได้ และเจ้าหนี้ต้องเสนอให้เมื่อไหร่
SiamContract · · อ่าน 6 นาที
ปรับโครงสร้างหนี้คืออะไร ทำก่อนหรือหลังเป็นหนี้เสียต่างกันยังไง เครดิตบูโรขึ้นรหัสอะไร ยังเป็นปกติไหม เจ้าหนี้ต้องเสนอก่อนฟ้องหรือขายหนี้ ห้ามเก็บค่าธรรมเนียม
ผ่อนไม่ไหวแต่ไม่อยากหนี ก็มักได้ยินคำแนะนำให้ "ขอปรับโครงสร้างหนี้" แล้วคำถามถัดมาคือ ปรับแล้วจะติดเครดิตบูโรไหม จะกู้ใหม่ได้อีกหรือเปล่า บทความนี้ตอบว่า ปรับโครงสร้างหนี้คืออะไร เครดิตบูโรบันทึกยังไงตามที่แบงก์ชาติอธิบายไว้ และสิทธิที่ลูกหนี้ธนาคารกับบริษัทสินเชื่อควรรู้ครับ
1. ปรับโครงสร้างหนี้คืออะไร
คือการตกลงกับเจ้าหนี้ใหม่ เพื่อให้ค่างวดเข้ากับรายได้ที่เปลี่ยนไป เช่น ยืดเวลาผ่อนให้ยาวขึ้น ลดค่างวดช่วงแรกแล้วค่อยเพิ่ม (step-up) เปลี่ยนบัตรกดเงินสดดอกสูงเป็นเงินกู้ผ่อนเป็นงวดดอกต่ำลง หรือให้ตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ยบางส่วน ตัวอย่างเหล่านี้แบงก์ชาติยกไว้เองในเกณฑ์ (ประกาศ ธปท. สกช. 7/2566 เอกสารแนบ 7)
ในทางกฎหมาย การเซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้มักเป็นการ ยอมรับว่ายังเป็นหนี้อยู่ อายุความจึงเริ่มนับใหม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่แค่เปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อน ไม่ใช่การสร้างหนี้ใหม่แทนหนี้เดิม แต่เป็นการรับสภาพหนี้ (ฎีกาที่ 158/2565, 10098/2558) อ่านเรื่องอายุความเพิ่มได้ที่ อายุความหนี้เงินกู้กี่ปี
2. ปรับก่อนหรือหลังเป็นหนี้เสีย ต่างกันมาก
| ช่วงที่ปรับ | เครดิตบูโรบันทึกยังไง | ถ้าจ่ายตามเงื่อนไขใหม่ |
|---|---|---|
| ก่อนเป็นหนี้เสีย (ยังค้างไม่เกิน 90 วัน) เรียกว่า DR | เพิ่มรหัสประเภทสัญญา 01 และวันที่ปรับ | สถานะบัญชียังเป็น 10-ปกติ เหมือนเดิม |
| หลังเป็นหนี้เสียแล้ว เรียกว่า TDR | เพิ่มรหัส 02 และระบุวันที่ปรับไว้จนปิดบัญชี | ทำได้ตามเงื่อนไขแล้ว กลับมาเป็นสถานะ 10 |
| บัตรกดเงินสดที่จ่ายขั้นต่ำมานาน (มาตรการหนี้เรื้อรัง) เรียกว่า PD | เพิ่มรหัส 03 | สถานะยังเป็น 10-ปกติ |
ส่วนถ้าไปถึงขั้นถูกฟ้องแล้วค่อยตกลงกันในศาล เครดิตบูโรจะเปลี่ยนจากรหัส 30 (ฟ้องหรือพิพากษา) เป็น 31 (พิพากษาตามยอม) และถ้าพิพากษาไปแล้ว แม้ภายหลังตกลงผ่อนกันใหม่ได้ รหัส 30 จะอยู่ตลอดระยะบังคับคดี 10 ปี ตามเอกสารความรู้ของแบงก์ชาติ ความต่างของแต่ละช่วงอธิบายต่อในบทความถัดไปของเรา
3. เจ้าหนี้ต้องเสนอให้เมื่อไหร่
สำหรับธนาคาร บริษัทในเครือ บริษัทบัตรเครดิต บริษัทสินเชื่อส่วนบุคคล และนาโนไฟแนนซ์ แบงก์ชาติบังคับไว้ดังนี้ (สกช. 7/2566 เอกสารแนบ 7 ข้อ 7.2.1):
- ก่อนเป็นหนี้เสีย ต้องเสนอปรับโครงสร้างอย่างน้อย 1 ครั้ง ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณว่าลูกหนี้มีปัญหา รวมถึงตอนที่ ลูกหนี้แจ้งเองว่ากำลังจะมีปัญหา และต้องให้เวลาพิจารณาและเซ็นได้ทันก่อนกลายเป็นหนี้เสีย
- หลังเป็นหนี้เสีย ต้องเสนออย่างน้อย 1 ครั้ง ก่อนฟ้อง ขายหนี้ บอกเลิกสัญญา หรือยึดทรัพย์
- ห้ามขายหนี้ให้คนอื่นก่อนครบ 60 วัน นับจากวันเสนอเงื่อนไข และผ่อนรถห้ามบอกเลิกหรือนำรถออกขายก่อนครบ 15 วันนับจากวันเสนอแผน
- เงื่อนไขต้องดูว่าหักค่างวดแล้วลูกหนี้ยังมีเงินพอใช้ชีวิต และต้องบอกทางเลือกแก้หนี้ทุกแบบ รวมถึงโครงการคลินิกแก้หนี้ พร้อมข้อดีข้อเสีย
- ห้ามเก็บค่าธรรมเนียมปรับโครงสร้างหนี้ ยกเว้นค่าประเมินหลักประกันที่จำเป็น (ข้อ 7.1.4)
- ห้ามตั้งเงื่อนไขให้จ่ายยอดค้างทั้งหมดก่อนจึงจะปรับให้ ถ้าลูกหนี้ไม่มีเงินจ่ายได้จริง
4. ปรับแล้วกู้ใหม่ได้ไหม
เครดิตบูโรไม่ได้ตัดสินว่าใครกู้ได้ ผู้ให้กู้แต่ละแห่งตัดสินเองจากประวัติและรายได้ สิ่งที่ช่วยได้คือปรับตั้งแต่ก่อนเป็นหนี้เสีย จ่ายให้ตรงตามเงื่อนไขใหม่ทุกงวด และตรวจรายงานของตัวเองเป็นระยะ ถ้าถูกปฏิเสธสินเชื่อเพราะข้อมูลบูโร ขอเหตุผลจากผู้ให้กู้ได้ และนำหนังสือชี้แจงไปขอตรวจข้อมูลได้ฟรีภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ อ่านเพิ่มที่ ติดเครดิตบูโรกี่ปีถึงจะพ้น
5. ผู้ค้ำประกันเกี่ยวข้องยังไง
ถ้าหนี้มีผู้ค้ำ แล้วเจ้าหนี้ยอมยืดเวลาผ่อนให้ลูกหนี้โดยผู้ค้ำไม่ได้ตกลงด้วย ผู้ค้ำหลุดพ้น (ป.พ.พ. ม.700) เจ้าหนี้จึงมักขอให้ผู้ค้ำเซ็นในสัญญาปรับโครงสร้างด้วย ส่วนการค้ำประกันเองไม่ได้ขึ้นในรายงานเครดิตบูโรของผู้ค้ำ
6. และช้าก่อนนนนน!!! ปรับแล้วต้องจ่ายให้ได้จริง
คนที่ทำงานศูนย์บริหารหนี้จะบอกตรงกันว่า ข้อเสนอที่ดีที่สุดไม่ใช่ค่างวดที่ต่ำที่สุด แต่เป็นค่างวดที่ จ่ายได้ครบทุกเดือน การรับปากค่างวดสูงเกินตัวเพื่อให้จบเร็ว แล้วผิดนัดอีกรอบ ทำให้ทางเลือกครั้งหน้าน้อยลง ก่อนเซ็น ให้ทำรายรับรายจ่ายจริงสักเดือน ถ้าหลังปรับแล้วเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เช่น ป่วย หรือตกงาน แบงก์ชาติให้เจ้าหนี้ควรเปิดโอกาสให้กลับมาจ่ายตามเงื่อนไข และใช้การฟ้องหรือยึดเป็นวิธีสุดท้าย (ข้อ 7.2.3) ให้รีบแจ้งเจ้าหนี้ทันที
สรุปสั้น ๆ: ปรับโครงสร้างหนี้คืออะไร คือการตกลงเงื่อนไขผ่อนใหม่ให้จ่ายไหว ถ้าทำก่อนเป็นหนี้เสียและจ่ายตรง เครดิตบูโรยังเป็นปกติ ธนาคารและบริษัทสินเชื่อต้องเสนอให้ก่อนฟ้องหรือขายหนี้ ห้ามเก็บค่าธรรมเนียม และอย่าลืมให้ผู้ค้ำรับรู้ครับ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ หากมูลค่าสูงหรือมีข้อพิพาท ควรปรึกษาทนายความ
คำถามที่พบบ่อย
ปรับโครงสร้างหนี้แล้วเสียประวัติเครดิตบูโรไหม
ถ้าปรับก่อนเป็นหนี้เสียและจ่ายตรงตามเงื่อนไขใหม่ สถานะบัญชียังเป็น 10-ปกติ มีเพียงรหัสประเภทสัญญา 01 เพิ่มขึ้น ถ้าปรับหลังเป็นหนี้เสียจะมีรหัส 02 และกลับเป็นสถานะปกติเมื่อทำได้ตามเงื่อนไข ตามที่ ธปท. อธิบายไว้ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2567
ธนาคารต้องเสนอปรับโครงสร้างหนี้ให้ไหม
ต้องเสนออย่างน้อย 1 ครั้งก่อนเป็นหนี้เสีย และอย่างน้อย 1 ครั้งหลังเป็นหนี้เสียก่อนฟ้อง ขายหนี้ บอกเลิกสัญญา หรือยึดทรัพย์ ตามประกาศ ธปท. สกช. 7/2566 เอกสารแนบ 7 และห้ามขายหนี้ก่อนครบ 60 วันนับจากวันเสนอ
ขอปรับโครงสร้างหนี้เสียค่าธรรมเนียมไหม
ไม่เสีย ผู้ให้บริการที่อยู่ใต้เกณฑ์ ธปท. ห้ามเก็บค่าธรรมเนียมปรับโครงสร้างหนี้ ยกเว้นค่าประเมินราคาหลักประกันที่จำเป็นต้องทำเพิ่ม
เจ้าหนี้เป็นบุคคลธรรมดา ต้องปรับโครงสร้างหนี้ให้ไหม
เกณฑ์ของ ธปท. ใช้กับธนาคารและบริษัทสินเชื่อที่อยู่ใต้การกำกับ ไม่บังคับเจ้าหนี้บุคคลธรรมดา แต่ลูกหนี้ยังขอเจรจาและทำข้อตกลงผ่อนชำระเป็นหนังสือได้
ข้อมูลอ้างอิง
- ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกช. 7/2566 การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (เอกสารแนบ 7)
- ธนาคารแห่งประเทศไทย อินโฟกราฟิก สิทธิของลูกหนี้ที่จะได้รับการแก้หนี้ (การรายงานการปรับโครงสร้างหนี้ในเครดิตบูโร ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2567)
- ธนาคารแห่งประเทศไทย ความรู้สำหรับหมอหนี้ระดับกลาง: สถานะหนี้ เครดิตบูโร และกฎหมาย (ส.ค. 2567)
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14, 193/15, 700 (ฉบับรวม — ศาลยุติธรรม)
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2565, 10098/2558 (สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เป็นการรับสภาพหนี้)
หมายเหตุ: ข้อมูล ณ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 — กฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง