SiamContract

น้ำท่วม รถลอยไปชนรถคนอื่น ใครรับผิด? ต้นไม้ ป้าย กำแพงล้มทับ เพื่อนบ้านถมที่-กั้นกระสอบทรายจนน้ำเข้าบ้านเรา เรียกค่าเสียหายได้ไหม

SiamContract · · อ่าน 10 นาที

รถลอยไปชนรถคนอื่น ใครรับผิด? รถจอดถูกน้ำพัดไปชนเป็นเหตุสุดวิสัย (ม.8, 437) ไม่ต้องชดใช้ถ้าไม่ประมาท ต้นไม้ ป้าย กำแพงล้มทับ (ม.434) เพื่อนบ้านถมที่ กั้นน้ำ


น้ำมาตอนตีสอง รถที่จอดหน้าบ้านถูกพัดไปกระแทกรถของเพื่อนบ้านยับทั้งคัน เช้ามาเพื่อนบ้านถามว่าจะรับผิดชอบยังไง อีกบ้านป้ายโฆษณาริมถนนล้มทับหลังคา ส่วนบ้านท้ายซอยโทษว่าบ้านต้นซอยถมที่สูงและกั้นกระสอบทรายจนน้ำไหลมารวมที่บ้านตัวเอง คำถาม รถลอยไปชนรถคนอื่น ใครรับผิด และเรื่องทำนองเดียวกันทั้งหมด ตอบด้วยหลักเดียวกันในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์คือ ละเมิดต้องมีความผิด ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ต้องชดใช้ แต่กฎหมายก็มีมาตราพิเศษสำหรับรถ สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ และน้ำระหว่างที่ดิน ที่พลิกคำตอบได้ บทความนี้ไล่ทีละกรณีพร้อมบอกว่าประกันจ่ายตรงไหนครับ

1. หลักใหญ่: ละเมิดต้องมีความผิด และเหตุสุดวิสัยคืออะไร

มาตรา 420 กำหนดว่าผู้ที่ จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้คนอื่นเสียหาย ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ความเสียหายที่เกิดจากธรรมชาติล้วน ๆ โดยไม่มีใครประมาท จึงไม่มีใครต้องชดใช้ ต่างคนต่างรับความเสียหายของตัวเอง และมาตรา 8 ให้นิยาม เหตุสุดวิสัย ว่าเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้ผู้ประสบเหตุจะระมัดระวังตามสมควรแล้ว จุดชี้ขาดในทุกกรณีน้ำท่วมคือ "ระมัดระวังตามสมควร" แล้วหรือยัง น้ำป่าไหลหลากกลางดึกโดยไม่มีประกาศเตือน กับน้ำที่ประกาศเตือนล่วงหน้า 3 วันแล้วยังจอดรถไว้ที่เดิม ให้ผลต่างกัน

2. รถที่จอดไว้ลอยไปชนรถหรือบ้านคนอื่น

กฎหมายมีมาตราพิเศษสำหรับยานพาหนะคือมาตรา 437 ผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะที่เดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากยานพาหนะนั้น เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือความผิดของผู้เสียหายเอง มาตรานี้ทำให้ปกติเจ้าของรถเป็นฝ่ายต้องพิสูจน์ แต่รถที่ ดับเครื่องจอดอยู่แล้วถูกน้ำพัดไป ไม่ได้กำลัง "เดิน" ด้วยเครื่องจักร และการถูกน้ำพัดโดยไม่คาดหมายเข้าข่ายเหตุสุดวิสัย เจ้าของรถจึงมักไม่ต้องชดใช้ แต่ยังมีช่องที่ถือว่า ประมาท ตามมาตรา 420 ได้

สถานการณ์เจ้าของรถที่ลอยต้องชดใช้ไหมเหตุผล
น้ำมาเร็วกลางดึก ไม่มีประกาศเตือนพื้นที่นี้ รถจอดในบ้านตามปกติไม่ต้องเหตุสุดวิสัย (ม.8) ไม่มีความประมาท (ม.420)
มีประกาศเตือนให้ย้ายรถขึ้นที่สูงล่วงหน้า 2–3 วัน คนรอบข้างย้ายกันหมด แต่ไม่ย้ายเสี่ยงต้องชดใช้ไม่ได้ระมัดระวังตามสมควร ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย
จอดกีดขวางทางน้ำหรือจอดบนถนนที่ห้ามจอดช่วงน้ำท่วม แล้วถูกพัดไปชนเสี่ยงต้องชดใช้ประมาทประกอบกับฝ่าฝืนกฎ
ขับรถฝ่าน้ำแล้วเครื่องดับ รถถูกพัดไปชนมักต้องชดใช้รถกำลังใช้งาน ม.437 ใช้เต็มที่ และการขับฝ่าน้ำเป็นความประมาท
รถเราถูกรถคันอื่นลอยมาชนดูตารางนี้กลับด้าน: ถ้าเจ้าของเขาไม่ประมาท เรียกจากเขาไม่ได้ → เคลมประกันชั้น 1 ของเราเอง (ภัยธรรมชาติ)—

ฝั่งประกัน: รถที่ถูกชน ถ้ามีประกันชั้น 1 หรือ 2+/3+ ที่คุ้มครองภัยธรรมชาติ ให้เคลมประกันตัวเองเป็นหลัก เร็วกว่าไล่เบี้ยคนอื่น ส่วนรถที่ลอยไปชน ความคุ้มครอง "ความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก" ของประกันทุกชั้นจะจ่ายให้คู่กรณี ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันต้องรับผิดตามกฎหมาย ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัย บริษัทก็ไม่ต้องจ่ายแทนเพราะเราไม่ได้ผิด ดังนั้นอย่ารีบเซ็นรับผิดกับคู่กรณีก่อนคุยกับประกัน อ่าน รถน้ำท่วม ประกันจ่ายไหม

3. ต้นไม้ ป้าย กำแพง หลังคา ล้มทับ: ดูว่าชำรุดหรือดูแลไม่พอหรือเปล่า

มาตรา 434 กำหนดว่าถ้าความเสียหายเกิดเพราะ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างก่อสร้างไว้ชำรุดบกพร่อง หรือบำรุงรักษาไม่เพียงพอ ผู้ครองสิ่งปลูกสร้างนั้นต้องชดใช้ และถ้าผู้ครองระมัดระวังตามสมควรแล้ว เจ้าของต้องชดใช้ ใช้กับต้นไม้และกอไผ่ที่ปลูกหรือค้ำจุนไว้บกพร่องด้วย ตรงข้าม ถ้าสิ่งปลูกสร้างแข็งแรง ดูแลดี แต่พายุหรือกระแสน้ำแรงผิดปกติพัดล้ม ถือเป็นเหตุสุดวิสัย เจ้าของไม่ต้องชดใช้

ของที่ล้มทับใครรับผิดสิ่งที่ผู้เสียหายต้องพิสูจน์
ป้ายโฆษณา เสา โครงเหล็กที่สนิมกิน ยึดไม่แน่นผู้ครอง/เจ้าของป้าย (ม.434)รูปโครงป้ายที่ผุ หลักฐานว่าเคยร้องเรียน ประกาศของ อปท. เรื่องป้ายไม่ได้มาตรฐาน
ต้นไม้ใหญ่ที่ลำต้นผุ รากลอย เคยเอียงอยู่แล้วเจ้าของที่ดินที่ต้นไม้อยู่ (ม.434 ว.2) ถ้าอยู่ริมถนนสาธารณะคือหน่วยงานที่ดูแลรูปสภาพต้นไม้ก่อนล้ม คำเตือนที่เคยแจ้ง
ต้นไม้สมบูรณ์ แต่พายุรุนแรงผิดปกติโค่นไม่มีใครต้องชดใช้ (เหตุสุดวิสัย)— เคลมประกันบ้าน/รถของตัวเอง
กำแพงบ้านข้าง ๆ พังเพราะสร้างไม่ได้มาตรฐานหรือเก่าผุ แล้วล้มทับรถเราผู้ครอง/เจ้าของกำแพง (ม.434)รูปรอยร้าวเดิม ความหนาของกำแพง
ของตกหล่นจากอาคารใส่รถผู้อยู่ในอาคารนั้น (ม.436)รูปจุดตก
สัตว์เลี้ยงที่หนีน้ำไปทำลายทรัพย์สินเจ้าของสัตว์ (ม.433) เว้นแต่พิสูจน์ว่าดูแลตามสมควรแล้ว—

มาตรา 435 ยังให้สิทธิ ก่อนเกิดเหตุ: ใครที่เห็นว่าสิ่งปลูกสร้างของคนอื่นจะทำให้ตนเสียหาย เรียกให้เจ้าของจัดการป้องกันได้ ฉะนั้นถ้าเห็นป้ายเอียง ต้นไม้ผุ กำแพงร้าวของบ้านข้าง ๆ ก่อนฝนมา ให้แจ้งเป็นหนังสือหรือข้อความที่มีวันที่ หลักฐานนี้จะทำให้ "ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย" ถ้าล้มจริง

4. เพื่อนบ้านถมที่สูง กั้นกระสอบทราย สูบน้ำออก จนน้ำเข้าบ้านเรา

กฎหมายที่ดินข้างเคียงวางหลักไว้ชัดในมาตรา 1339 และ 1340: เจ้าของที่ดินต้องรับน้ำที่ไหลตามธรรมดาจากที่ดินที่สูงกว่า จะกั้นไม่ได้ และเจ้าของที่สูงกว่าจะกักน้ำไว้ได้เพียงเท่าที่จำเป็นแก่ที่ดินตน แต่ถ้าน้ำไหลมาเพราะ การระบายน้ำ จากที่ดินสูง (ไม่ใช่ไหลตามธรรมดา) แล้วที่ดินต่ำเสียหาย เจ้าของที่ดินต่ำ เรียกให้เจ้าของที่สูงทำทางระบายน้ำโดยออกค่าใช้จ่ายเอง และเรียกค่าทดแทนได้ ส่วนมาตรา 1341 ห้ามทำหลังคาหรือสิ่งปลูกสร้างให้น้ำฝนตกลงที่ดินติดกัน

สิ่งที่เพื่อนบ้านทำเรียกค่าเสียหายได้ไหมฐาน
น้ำท่วมทั้งซอย น้ำไหลจากบ้านที่สูงกว่ามาบ้านเราตามธรรมชาติไม่ได้ ต้องรับน้ำตามธรรมดาม.1339
ถมที่ดินสูงกว่าเดิมมาก ทำให้น้ำที่เคยไหลผ่านถูกผลักมาท่วมบ้านเราทุกครั้งที่ฝนตกได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าน้ำไหลมาเพราะการถม/ระบาย ไม่ใช่ตามธรรมดา เรียกให้ทำทางระบายและชดใช้ม.1340 + ม.420
กั้นกระสอบทรายหรือกำแพงชั่วคราวเฉพาะหน้าบ้านตัวเองโดยทั่วไป ไม่ได้ เป็นการป้องกันทรัพย์ตามสมควร เว้นแต่ปิดกั้นทางน้ำสาธารณะหรือบังคับน้ำเข้าบ้านคนอื่นโดยตรงม.1339 (กันน้ำได้เพียงที่จำเป็น) / ม.420
ตั้งปั๊มสูบน้ำจากบ้านตัวเองปล่อยลงบ้านเราโดยตรงได้ม.420 + ม.1340
ต่อหลังคาเทน้ำฝนลงบ้านเราได้ ให้แก้ไขและชดใช้ม.1341
หมู่บ้านจัดสรรระบบระบายน้ำพัง นิติบุคคลไม่ลอกท่อเรียกนิติบุคคล/ผู้จัดสรรได้ถ้าพิสูจน์ว่าบำรุงรักษาไม่เพียงพอม.434 / สัญญาจัดสรร

5. ถูกชน ถูกทับ หรือน้ำเข้าบ้านเพราะคนอื่น ทำอะไรตามลำดับ

  1. ทันที
    ถ่ายรูปและคลิปก่อนขยับอะไร

    ตำแหน่งรถทั้งสองคัน ทิศทางน้ำ รอยคราบน้ำ สภาพต้นไม้/ป้ายที่ล้ม (ลำต้นผุไหม) และความเสียหาย จดวัน เวลา พยาน

  2. วันเดียวกัน
    แจ้งประกันของเรา จดเลขเคลม

    ประกันชั้น 1 จ่ายค่าซ่อมรถเราไปก่อนแล้วไปไล่เบี้ยเอง ถ้าคู่กรณีต้องรับผิด ส่วนบ้านใช้ประกันอัคคีภัย/ประกันภัยพิบัติแห่งชาติตามเงื่อนไข

  3. ภายในสัปดาห์แรก
    คุยกับอีกฝ่ายและบันทึกข้อตกลง

    ถ้าอีกฝ่ายยอมช่วยค่าซ่อมบางส่วน (แม้กฎหมายอาจไม่บังคับ) ทำบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ระบุจำนวน วันจ่าย และว่าไม่เรียกร้องอีก

  4. ถ้าไม่ตกลงกัน
    ส่งหนังสือทวงถามค่าเสียหาย

    ระบุข้อเท็จจริงที่แสดงความประมาทหรือความบกพร่อง (ม.420/434/1340) แนบรูป ใบประเมินค่าซ่อม กำหนดเวลาตอบ

  5. ยังเงียบ
    ฟ้องศาล

    ละเมิดอายุความ 1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด (ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันละเมิด) ทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 ฟ้องศาลแขวงได้เอง

ทำบันทึกข้อตกลงชดใช้ค่าเสียหาย (ประนีประนอมยอมความ) ฟรี →ใช้เมื่อเจ้าของรถที่ลอยมาชน เจ้าของต้นไม้/ป้าย หรือเพื่อนบ้าน ตกลงช่วยค่าซ่อม ระบุจำนวน งวด และข้อความว่าไม่เรียกร้องเพิ่ม กันปัญหาตามมาทีหลัง

6. แหล่งทางการ

เรื่องดูที่ไหน
ตัวบท ม.8, 420, 433–437, 1339–1341ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับรวม ศาลยุติธรรม
ประกันรถ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกสำนักงาน คปภ. 1186
ป้ายโฆษณา ต้นไม้ริมทางสาธารณะสำนักงานเขต / เทศบาล / อบต. ในพื้นที่ · กทม. 1555
ค้นคำพิพากษาฎีกาเรื่องเหตุสุดวิสัยระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา
สรุปส่งต่อ: น้ำพัดรถที่จอดไว้ไปชนรถคนอื่น ถ้าไม่มีประกาศเตือนและจอดตามปกติ = เหตุสุดวิสัย ไม่ต้องชดใช้ (ม.8, 437) ผู้ถูกชนเคลมประกันตัวเอง · มีเตือนแล้วไม่ย้าย หรือขับฝ่าน้ำ = เสี่ยงต้องชดใช้ · ต้นไม้ ป้าย กำแพง ล้มทับ ดูว่าชำรุด/ดูแลไม่พอไหม (ม.434) · น้ำไหลตามธรรมดาต้องรับ แต่ถมที่/สูบน้ำ/ระบายใส่บ้านเรา เรียกค่าทดแทนได้ (ม.1340) · ถ่ายรูปก่อน เคลมประกันก่อน แล้วค่อยทำบันทึกข้อตกลง

เรื่องน้ำท่วมอื่น ๆ ทั้งเงินเยียวยา ประกัน บ้านเช่า รถ หนี้ งาน เกษตรกร ร้านค้า และแบบฟอร์มฟรี รวมไว้ที่ น้ำท่วม 2569 ต้องทำอะไรบ้าง

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ หากมูลค่าสูงหรือมีข้อพิพาท ควรปรึกษาทนายความ

คำถามที่พบบ่อย

น้ำท่วม รถที่จอดไว้ลอยไปชนรถคนอื่น ต้องรับผิดชอบไหม

ถ้ารถดับเครื่องจอดอยู่ตามปกติ น้ำมาเร็วโดยไม่มีประกาศเตือน ถือเป็นเหตุสุดวิสัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 8 ซึ่งเป็นข้อยกเว้นความรับผิดของผู้ครอบครองยานพาหนะตามมาตรา 437 เจ้าของไม่ต้องชดใช้ แต่ถ้ามีประกาศเตือนให้ย้ายรถแล้วไม่ย้าย หรือขับฝ่าน้ำจนดับ อาจถือว่าประมาทและต้องชดใช้

รถเราถูกรถคันอื่นลอยมาชน เรียกค่าซ่อมจากเจ้าของได้ไหม

เรียกได้เฉพาะเมื่อพิสูจน์ว่าเจ้าของรถคันนั้นประมาท เช่น ไม่ย้ายรถทั้งที่เตือนแล้ว ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัยเรียกไม่ได้ ทางที่เร็วคือเคลมประกันชั้น 1 หรือ 2+/3+ ที่คุ้มครองภัยธรรมชาติของรถเราเอง

ต้นไม้ของเพื่อนบ้านล้มทับรถตอนน้ำท่วม ใครรับผิดชอบ

ถ้าต้นไม้ผุ รากลอย หรือค้ำจุนไว้ไม่ดี เจ้าของที่ดินต้องชดใช้ตามมาตรา 434 วรรคสอง แต่ถ้าต้นไม้สมบูรณ์และล้มเพราะพายุหรือกระแสน้ำรุนแรงผิดปกติ เป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีใครต้องชดใช้ ควรถ่ายรูปสภาพลำต้นทันที

เพื่อนบ้านถมที่สูงกว่า น้ำไหลเข้าบ้านเรา ฟ้องได้ไหม

น้ำที่ไหลตามธรรมดาจากที่สูงต้องยอมรับ (มาตรา 1339) แต่ถ้าน้ำไหลมาเพราะการถมที่หรือระบายน้ำจนบ้านเราเสียหาย เรียกให้เจ้าของที่สูงทำทางระบายน้ำโดยออกค่าใช้จ่ายเอง และเรียกค่าทดแทนได้ (มาตรา 1340) ต้องมีหลักฐานว่าก่อนถมน้ำไม่เคยท่วมแบบนี้

กั้นกระสอบทรายหน้าบ้านตัวเอง แล้วน้ำไปท่วมบ้านอื่น ผิดไหม

การป้องกันทรัพย์ของตัวเองตามสมควรไม่ถือเป็นละเมิด แต่ถ้าปิดกั้นทางน้ำสาธารณะ หรือบังคับน้ำให้ไหลเข้าบ้านคนอื่นโดยตรง เช่น ตั้งปั๊มสูบน้ำปล่อยใส่บ้านข้าง ๆ อาจต้องรับผิดตามมาตรา 420 และ 1340

ข้อมูลอ้างอิง

หมายเหตุ: ข้อมูล ณ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569 — กฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง

อ่านต่อ