SiamContract

สัญญาโมฆะ กับ โมฆียะ ต่างกันยังไง? 8 เรื่องที่ทำให้สัญญาที่เซ็นแล้วใช้ไม่ได้

SiamContract · · อ่าน 7 นาที

สัญญาโมฆะกับโมฆียะต่างกันยังไง อธิบายแบบภาษาคนทั่วไป อะไรทำให้สัญญาที่เซ็นแล้วใช้ไม่ได้ เช่น ดอกเบี้ยเกิน 15% ขายที่ดินไม่ไปโอน เด็กเซ็นเอง ถูกหลอก ถูกขู่


"สัญญานี้เป็นโมฆะ!" ได้ยินกันบ่อยเวลาทะเลาะเรื่องเงิน แต่ส่วนใหญ่ใช้คำผิดครับ สัญญาโมฆะ กับ สัญญาโมฆียะ ฟังคล้ายกัน แต่ผลต่างกันมาก และสัญญาที่แค่ "ไม่แฟร์" ก็ไม่ได้แปลว่าใช้ไม่ได้เสมอไป บทความนี้จะอธิบายแบบภาษาบ้าน ๆ แล้วพาดู 8 เรื่องที่เจอบ่อยในชีวิตจริง

1. โมฆะ กับ โมฆียะ ต่างกันยังไง

จำง่าย ๆ แบบนี้ครับ โมฆะ = ใช้ไม่ได้ตั้งแต่แรก เหมือนไม่เคยเซ็นกันเลย ส่วน โมฆียะ = ใช้ได้ไปก่อน แต่คนที่เสียเปรียบมีสิทธิขอยกเลิก ถ้าเขายกเลิก ก็ถือว่าใช้ไม่ได้มาตั้งแต่ต้น ถ้าเขาไม่ยกเลิกจนเลยเวลา สัญญาก็ใช้ได้ตามปกติ

โมฆะโมฆียะ
ใช้ได้ไหมไม่ได้ตั้งแต่วันเซ็นได้ จนกว่าจะถูกยกเลิก
ใครยกขึ้นมาอ้างได้ใครที่เกี่ยวข้องก็อ้างได้เฉพาะคนที่เสียเปรียบ เช่น เด็ก คนที่ถูกหลอก ถูกขู่
ตกลงกันใหม่ว่า "ให้ใช้ได้" ได้ไหมไม่ได้ ต้องทำสัญญาใหม่ได้ ถ้าคนที่เสียเปรียบยอมรับ สัญญาก็ใช้ได้ต่อไป
ต้องรีบไหมไม่มีหมดเวลาต้องยกเลิกภายใน 1 ปีนับจากวันที่ทำได้ (เช่น วันที่รู้ว่าถูกหลอก) และไม่เกิน 10 ปีนับจากวันเซ็น
เงินหรือของที่ให้กันไปแล้วเรียกคืนได้ยกเลิกแล้วต้องคืนกันให้เหมือนเดิม ต้องเรียกคืนภายใน 1 ปีนับจากวันที่ยกเลิก

2. 5 เรื่องที่ทำให้สัญญาเป็นโมฆะ (ใช้ไม่ได้ตั้งแต่แรก)

เรื่องที่ 1: ตกลงกันทำเรื่องผิดกฎหมาย

เช่น จ้างไปทำร้ายคน ซื้อขายของผิดกฎหมาย ตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดคือ ให้กู้เงินระหว่างคนกันเอง คิดดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี ศาลถือว่าเรื่องดอกเบี้ยใช้ไม่ได้ทั้งหมด ไม่ใช่ลดเหลือ 15% แต่ เงินต้นยังทวงได้ และดอกเบี้ยที่ผู้กู้จ่ายไปแล้วให้เอามาหักเงินต้น (ฎีกา 5376/2560) อ่านต่อที่ ดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างบุคคลคิดได้สูงสุดเท่าไหร่

ทำไมสัญญากู้ยังใช้ได้ ทั้งที่ข้อดอกเบี้ยใช้ไม่ได้? เพราะกฎหมายดูว่าส่วนที่ผิดแยกออกจากส่วนที่ถูกได้ไหม ถ้าแยกได้ ส่วนที่ถูก (เงินต้น) ก็ยังใช้ได้ครับ

เรื่องที่ 2: ไม่ทำตามขั้นตอนที่กฎหมายบังคับ

สัญญากฎหมายบังคับให้ถ้าไม่ทำ
ซื้อขายที่ดิน บ้าน คอนโด (ขายขาด)ทำเป็นหนังสือ + ไปโอนที่สำนักงานที่ดินใช้ไม่ได้
ขายฝากที่ดินทำเป็นหนังสือ + ไปจดที่สำนักงานที่ดินใช้ไม่ได้
เช่าซื้อ (เช่น ผ่อนรถ)ทำเป็นหนังสือใช้ไม่ได้
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตกลงกันก่อนไปโอน)ไม่บังคับ แต่ถ้าจะฟ้อง ต้องมีหนังสือที่อีกฝ่ายเซ็น หรือวางมัดจำ หรือจ่ายเงินไปบางส่วนแล้วยังใช้ได้ แต่ฟ้องไม่ได้
ยืมเงินเกิน 2,000 บาทไม่บังคับ แต่ถ้าจะฟ้อง ต้องมีหนังสือที่ผู้ยืมเซ็นยังใช้ได้ แต่ฟ้องไม่ได้

สองแถวล่างคือจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยครับ "ยืมเงินแล้วไม่ได้ทำสัญญา" ไม่ได้ทำให้หนี้หายไป คนยืมยังเป็นหนี้อยู่ แค่คนให้ยืมต้องหาหลักฐานอื่นมาสู้ อ่านต่อที่ ยืมเงินไม่มีสัญญา มีแค่สลิปโอน ฟ้องได้ไหม

เรื่องที่ 3: ทำสัญญาหลอก ๆ บังหน้าอีกเรื่อง

ที่เจอบ่อยคือ ยืมเงิน แต่ให้ทำเป็นสัญญาขายฝากหรือขายที่ดิน เผื่อไม่จ่ายจะได้ยึดที่ได้ง่าย ๆ ศาลถือว่าสัญญาขายที่ทำหลอก ๆ นั้นใช้ไม่ได้ แล้วตัดสินตามความจริงว่าเป็นการยืมเงิน (ฎีกา 4686/2552, 9790/2553) แปลว่าคนให้ยืม ได้แค่เงินคืน ไม่ได้ที่ดิน และถ้าแอบคิดดอกเบี้ยเกิน 15% ไว้ในราคาขาย ก็โดนเรื่องที่ 1 ซ้ำอีก

เรื่องที่ 4: เข้าใจผิดในเรื่องหลักของสัญญา

เช่น คิดว่าเซ็นเป็นพยาน แต่จริง ๆ เป็นสัญญาค้ำประกัน หรือตั้งใจซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง แต่ในสัญญากลายเป็นอีกแปลง เรื่องนี้พิสูจน์ในศาลยาก และถ้าเราเซ็นเพราะประมาทมาก ๆ เอง เช่น ไม่อ่านเลยสักบรรทัด ก็อาจอ้างไม่ได้ อ่านก่อนเซ็นทุกครั้ง ปลอดภัยที่สุดครับ

เรื่องที่ 5: เขียนข้อที่กฎหมายห้ามไว้ตรง ๆ

กฎหมายหลายเรื่องเขียนไว้เลยว่าข้อตกลงแบบนี้ใช้ไม่ได้ เช่น ผ่อนเป็นงวดแล้วจ่ายช้างวดเดียว เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยค่าปรับได้แค่จากเงินของงวดนั้น จะคิดจากยอดหนี้ทั้งก้อนไม่ได้ หรือสัญญาค้ำประกันที่เขียนให้คนค้ำรับผิดเหมือนเป็นคนกู้เองทุกอย่าง ซึ่งกฎหมายค้ำประกันฉบับปี 2557 ห้ามไว้

3. 3 เรื่องที่ทำให้สัญญาเป็นโมฆียะ (ใช้ได้ แต่ขอยกเลิกได้)

เรื่องตัวอย่างใครขอยกเลิกได้
เด็กเซ็นเอง อายุยังไม่ถึง 20 ปี (และยังไม่แต่งงาน) โดยพ่อแม่ไม่ได้ยินยอมเด็กอายุ 18 ทำสัญญากู้ หรือผ่อนมือถือเองตัวเด็กเมื่ออายุครบ 20 หรือพ่อแม่
ถูกหลอก จนถ้ารู้ความจริงคงไม่เซ็นคนขายโกหกว่าที่ดินมีทางเข้าออก ทั้งที่ไม่มีคนที่ถูกหลอก
ถูกขู่ ว่าจะเกิดอันตรายร้ายแรงจนกลัวจริง ๆถูกขู่จะทำร้ายร่างกายให้เซ็นยอมรับหนี้คนที่ถูกขู่
เจ้าหนี้พูดว่า "ถ้าไม่จ่าย จะฟ้องศาล" ไม่นับเป็นการขู่ ครับ เพราะเป็นสิทธิตามปกติของเจ้าหนี้ ลูกหนี้จะอ้างว่าถูกขู่แล้วขอยกเลิกหนังสือยอมรับหนี้ไม่ได้ ส่วนคนที่ถูกหลอกหรือถูกขู่จริง ต้องรีบขอยกเลิกภายใน 1 ปีนับจากวันที่รู้ความจริงหรือพ้นจากการขู่

4. สัญญาที่ "ไม่แฟร์" ไม่ได้แปลว่าใช้ไม่ได้

ข้อที่เอาเปรียบเกินไป เช่น ค่าปรับสูงลิ่ว หรือยึดเงินมัดจำแพงเกินเหตุ ส่วนใหญ่ยังใช้ได้ ครับ แต่ถ้าไปถึงศาล ศาลมีอำนาจ ลดให้ เหลือเท่าที่เป็นธรรม ตัวอย่างเช่น เจ้าของห้องยึดเงินประกันทั้งก้อน ที่ศาลลดได้ถ้าสูงเกินความเสียหายจริง

5. และช้าก่อนนน!!! ทำสัญญายังไงไม่ให้มีปัญหา

  1. ดูอายุคนเซ็น ถ้ายังไม่ถึง 20 ปีและยังไม่แต่งงาน ให้พ่อแม่เซ็นยินยอมด้วย
  2. ให้กู้เงินกันเอง ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี และอย่าแอบรวมดอกเบี้ยไว้ในยอดเงินต้น
  3. ทำให้ตรงกับเรื่องจริง ยืมเงินก็ทำสัญญากู้ อย่าทำเป็นขายที่ดินหลอก ๆ
  4. ซื้อขายที่ดิน บ้าน คอนโด ต้องไปโอนที่สำนักงานที่ดิน ระหว่างรอโอนใช้สัญญาจะซื้อจะขาย
  5. อ่านทุกหน้าก่อนเซ็น และเก็บสำเนาไว้ ถ้าเซ็นออนไลน์ ระบบที่ดีจะเก็บหลักฐานว่าใครเซ็นอะไร เมื่อไหร่
ทำสัญญากู้ยืมเงินฟรี →เตือนเมื่อดอกเบี้ยเกินกฎหมาย คำนวณตารางผ่อนให้ และเซ็นออนไลน์ได้
ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินฟรี →ใช้ระหว่างรอไปโอนที่สำนักงานที่ดิน มีเรื่องมัดจำ วันโอน และค่าธรรมเนียม

สรุปสั้น ๆ: โมฆะคือใช้ไม่ได้ตั้งแต่แรก ใครก็อ้างได้ ส่วนโมฆียะใช้ได้จนกว่าคนที่เสียเปรียบจะขอยกเลิกภายในเวลาที่กำหนด และสัญญาที่แค่ไม่แฟร์ ศาลมักลดให้ ไม่ได้ทำให้ใช้ไม่ได้ทั้งฉบับครับ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ หากมูลค่าสูงหรือมีข้อพิพาท ควรปรึกษาทนายความ

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาโมฆะกับโมฆียะต่างกันยังไง

โมฆะคือใช้ไม่ได้ตั้งแต่วันเซ็น ใครเกี่ยวข้องก็อ้างได้ และตกลงให้กลับมาใช้ได้ไม่ได้ ส่วนโมฆียะใช้ได้ไปก่อน จนกว่าคนที่เสียเปรียบ เช่น เด็กหรือคนที่ถูกหลอก จะขอยกเลิก

ให้กู้คิดดอกเบี้ยเกิน 15% สัญญาเป็นโมฆะทั้งฉบับไหม

ไม่ทั้งฉบับ เฉพาะเรื่องดอกเบี้ยที่ใช้ไม่ได้ทั้งหมด แต่เงินต้นยังทวงได้ และดอกเบี้ยที่ผู้กู้จ่ายไปแล้วให้เอามาหักเงินต้น (ฎีกา 5376/2560)

สัญญาโมฆียะต้องขอยกเลิกภายในกี่ปี

ภายใน 1 ปีนับจากวันที่ทำได้ เช่น วันที่รู้ว่าถูกหลอก หรือวันที่เด็กอายุครบ 20 ปี และไม่เกิน 10 ปีนับจากวันเซ็นสัญญา

ซื้อขายที่ดินกันเอง ไม่ไปโอนที่สำนักงานที่ดิน ใช้ได้ไหม

ถ้าเป็นการขายขาด ไม่ไปโอนที่สำนักงานที่ดินถือว่าใช้ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นสัญญาจะซื้อจะขายเพื่อไปโอนทีหลัง ยังใช้ได้ และฟ้องได้ถ้ามีหนังสือที่อีกฝ่ายเซ็น วางมัดจำ หรือจ่ายเงินไปบางส่วนแล้ว

ยืมเงินแล้วทำเป็นสัญญาขายฝากที่ดินไว้ เจ้าหนี้ยึดที่ได้ไหม

ถ้าความจริงคือการยืมเงิน แล้วทำสัญญาขายฝากหลอก ๆ บังหน้าไว้ ศาลถือว่าสัญญาขายฝากใช้ไม่ได้ และตัดสินตามการยืมเงิน เจ้าหนี้ได้เงินคืนแต่ไม่ได้ที่ดิน (ฎีกา 4686/2552)

ข้อมูลอ้างอิง

หมายเหตุ: ข้อมูล ณ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2569 — กฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง

อ่านต่อ