SiamContract

ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดแค่ไหน? เจ้าหนี้ไม่แจ้งภายใน 60 วัน ผู้ค้ำหลุดไหม

SiamContract · · อ่าน 4 นาที

ผู้ค้ำประกันไม่ใช่ลูกหนี้ร่วมแล้ว รับผิดไม่เกินวงเงิน เจ้าหนี้ต้องแจ้งภายใน 60 วันหลังผิดนัด แจ้งช้าหรือไม่แจ้งเป็นอย่างไร และผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ต้องระวังอะไร


"ค้ำให้หน่อยนะ แค่เซ็นเฉย ๆ" ประโยคนี้ทำให้หลายคนต้องจ่ายหนี้แทนเพื่อนมาแล้ว แต่กฎหมายค้ำประกันที่แก้ไขตั้งแต่ปี 2557 คุ้มครอง ผู้ค้ำประกัน มากขึ้นเยอะครับ และในทางกลับกัน เจ้าหนี้ที่ไม่รู้กติกาใหม่ก็เสียสิทธิเรียกจากผู้ค้ำได้ง่าย ๆ

1. ผู้ค้ำไม่ใช่ลูกหนี้ร่วมอีกต่อไป

สมัยก่อนสัญญาค้ำมักเขียนว่า "ผู้ค้ำยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม" ทำให้เจ้าหนี้ข้ามไปเรียกจากผู้ค้ำได้ทันที ปัจจุบัน ข้อตกลงแบบนี้เป็นโมฆะ ถ้าผู้ค้ำเป็นบุคคลธรรมดา (ม.681/1) ผู้ค้ำยังมีสิทธิขอให้เจ้าหนี้เรียกจากลูกหนี้ก่อน และบังคับจากทรัพย์ของลูกหนี้ก่อน

  • สัญญาต้องระบุ หนี้ที่ค้ำ และ วงเงินสูงสุด ให้ชัด (ม.681) ถ้าเขียนขัดกันเอง ศาลตีความให้เป็นคุณแก่ผู้ค้ำ (ฎ.6232/2564)
  • ผู้ค้ำรับผิด ไม่เกินวงเงิน และไม่เกินหนี้ที่ลูกหนี้ต้องรับผิด
  • ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือที่ ผู้ค้ำลงลายมือชื่อ ไม่งั้นฟ้องผู้ค้ำไม่ได้ (ม.680)
  • คู่สมรสของผู้ค้ำไม่ต้องเซ็นยินยอม และหนังสือยินยอมทั่วไปไม่ทำให้คู่สมรสต้องร่วมรับผิด (ฎ.8820/2561 ประชุมใหญ่)

2. และช้าก่อน!!! กติกา 60 วันที่เจ้าหนี้มักพลาด

เมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ต้องมี หนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำภายใน 60 วันนับแต่วันผิดนัด และจะเรียกให้ผู้ค้ำชำระก่อนหนังสือไปถึงไม่ได้ (ม.686) ผลของการพลาดแบ่งเป็น 2 กรณี

กรณีผลที่ศาลวินิจฉัย
ส่งหนังสือ ช้า เกิน 60 วันผู้ค้ำยังรับผิดต้นเงิน แต่ ไม่ต้องรับผิดดอกเบี้ย ค่าสินไหม และค่าภาระ ที่เกิดหลังวันครบ 60 วัน (ฎ.2337/2567)
ไม่ส่งเลย หรือส่ง ก่อน ลูกหนี้ผิดนัดจริงเจ้าหนี้ ไม่มีอำนาจฟ้องผู้ค้ำ (ฎ.6781/2567)
จุดที่พลาดบ่อยคือส่งหนังสือทวงลูกหนี้ แล้วแนบสำเนาถึงผู้ค้ำไปพร้อมกัน ก่อน ลูกหนี้ผิดนัด แบบนี้ไม่นับครับ ต้องรอให้ลูกหนี้ผิดนัดจริงก่อน แล้วค่อยส่งหนังสือแยกถึงผู้ค้ำภายใน 60 วัน
ทำหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกัน (ม.686) →ใส่วันผิดนัด ระบบบอกวันสุดท้ายที่หนังสือต้องไปถึงผู้ค้ำ

3. ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ ระวังผู้ค้ำหลุด

เจ้าหนี้ใจดียอมให้ลูกหนี้พักชำระหรือขยายเวลา ถ้าผู้ค้ำไม่ได้ตกลงด้วย ผู้ค้ำหลุดพ้นทั้งหมด (ม.700) และข้อความในสัญญาค้ำที่ให้ผู้ค้ำ "ยินยอมล่วงหน้า" ใช้บังคับไม่ได้ ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าการพักชำระหลายงวดจนงวดสุดท้ายเลื่อนออกไป ทำให้ผู้ค้ำหลุดพ้น (ฎ.2527/2567)

ทางออกคือทำ ข้อตกลงผ่อนชำระ ใหม่ และให้ผู้ค้ำลงชื่อยินยอมในฉบับนั้นด้วยทุกครั้ง ส่วนการลดหนี้ให้ลูกหนี้ ต้องแจ้งผู้ค้ำเป็นหนังสือภายใน 60 วัน (ม.691)

4. ผู้ค้ำเสียชีวิต หนี้ค้ำตกทอดไหม

สัญญาค้ำประกันไม่ระงับเพราะผู้ค้ำตาย ความรับผิดตกทอดเป็นมรดก (ฎ.1268/2555) แต่ทายาทรับผิดไม่เกินทรัพย์มรดกที่ได้รับ เจ้าหนี้จึงควรติดตามเรื่องนี้ให้เร็ว

5. เช็กลิสต์ก่อนเซ็นค้ำ (ฝั่งผู้ค้ำ)

  1. อ่านสัญญาหลักก่อน รู้ยอดหนี้ ดอกเบี้ย และแผนผ่อน
  2. ดูว่าวงเงินค้ำเท่าไร รวมดอกเบี้ยแล้วหรือยัง
  3. ถ้าเห็นคำว่า "ลูกหนี้ร่วม" ให้ขีดออก (เป็นโมฆะอยู่แล้ว แต่ไม่ควรมี)
  4. เก็บสำเนาสัญญาไว้เองหนึ่งฉบับ
ทำสัญญาค้ำประกันฟรี →ระบุวงเงินตาม ม.681 ไม่มีข้อลูกหนี้ร่วม คำนวณอากร 1/5/10 บาทให้

สรุป: กฎหมายใหม่ทำให้ผู้ค้ำไม่ต้องรับเคราะห์แทนแบบไม่มีขอบเขต ส่วนเจ้าหนี้ก็ยังเรียกจากผู้ค้ำได้ ถ้าทำตามกติกา 60 วัน และไม่ผ่อนเวลาโดยผู้ค้ำไม่รู้ครับ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ หากมูลค่าสูงหรือมีข้อพิพาท ควรปรึกษาทนายความ

คำถามที่พบบ่อย

เจ้าหนี้ไม่แจ้งผู้ค้ำภายใน 60 วัน ผู้ค้ำหลุดไหม

ถ้าส่งช้าเกิน 60 วัน ผู้ค้ำยังรับผิดต้นเงิน แต่ไม่ต้องรับผิดดอกเบี้ยและค่าเสียหายหลังวันที่ 60 (ฎ.2337/2567) ถ้าไม่ส่งเลยหรือส่งก่อนลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ไม่มีอำนาจฟ้องผู้ค้ำ (ฎ.6781/2567)

ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไหม

ไม่ ถ้าผู้ค้ำเป็นบุคคลธรรมดา ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 681/1)

เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้ผ่อนใหม่ ผู้ค้ำยังต้องรับผิดไหม

ถ้าผู้ค้ำไม่ได้ตกลงด้วยในขณะนั้น ผู้ค้ำหลุดพ้น (มาตรา 700; ฎ.2527/2567) ควรให้ผู้ค้ำลงชื่อยินยอมในข้อตกลงผ่อนชำระ

ข้อมูลอ้างอิง

หมายเหตุ: ข้อมูล ณ 29 กันยายน พ.ศ. 2569 — กฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง

อ่านต่อ