SiamContract

ลูกหนี้ขอผ่อนใหม่ ทำสัญญาผ่อนชำระหนี้ยังไง? ผ่อนชำระ vs ประนีประนอม vs แปลงหนี้

SiamContract · · อ่าน 9 นาที

ลูกหนี้ขอผ่อนใหม่ ควรทำสัญญาผ่อนชำระหนี้แบบไหน ผ่อนชำระหนี้เดิม ประนีประนอมยอมความ หรือแปลงหนี้ใหม่ ผลต่างกันยังไง ผู้ค้ำต้องเซ็นไหม อายุความนับใหม่อย่างไร


เพื่อนยืมเงินไป 100,000 บาท ตกลงคืนภายในสิ้นปี พอถึงกำหนดก็มาบอกว่า "ขอผ่อนเดือนละ 5,000 ได้ไหม" ส่วนใหญ่เราก็ใจดีตอบตกลงในไลน์แล้วจบครับ แต่ถ้าวันหนึ่งผ่อนไม่ครบ คำถามจะตามมาทันที — ตกลงผ่อนแล้ว หนี้เดิมยังอยู่ไหม ผู้ค้ำยังต้องรับผิดหรือเปล่า เรียกทั้งก้อนได้เมื่อไร บทความนี้จะพาดูว่า สัญญาผ่อนชำระหนี้ ควรเขียนแบบไหน และต่างจาก "ประนีประนอมยอมความ" กับ "แปลงหนี้ใหม่" ยังไง เพราะเลือกผิดแบบ ผลทางกฎหมายต่างกันมาก

1. ลูกหนี้ขอผ่อนใหม่ มีเอกสารให้เลือก 3 แบบ

ชื่อเรียกในชีวิตจริงมีเยอะครับ ทั้ง "ขอผ่อนใหม่" "ปรับโครงสร้างหนี้" "ทำยอม" แต่ในทางกฎหมาย เอกสารที่ทำหลังลูกหนี้จ่ายไม่ไหวแบ่งได้ 3 แบบ

  1. ผ่อนชำระหนี้เดิม — หนี้เดิมยังอยู่ครบ แค่ตกลงวิธีและเวลาชำระใหม่ เหมาะกับกรณีส่วนใหญ่ที่ยอดหนี้ไม่ได้เถียงกัน
  2. ประนีประนอมยอมความ — มีข้อพิพาทกันอยู่ เช่น เถียงกันเรื่องยอดดอกเบี้ย แล้วต่างฝ่ายต่างยอมถอยคนละก้าว (ป.พ.พ. มาตรา 850)
  3. แปลงหนี้ใหม่ — คู่กรณีตั้งใจเปลี่ยน "สาระสำคัญแห่งหนี้" เช่น เปลี่ยนตัวลูกหนี้ หรือเปลี่ยนมูลหนี้ ผลคือหนี้เดิมระงับไป (มาตรา 349)

2. ผลต่างกันยังไง เทียบให้ดูในตารางเดียว

เรื่องผ่อนชำระหนี้เดิมประนีประนอมยอมความแปลงหนี้ใหม่
ต้องมีข้อพิพาทไหมไม่ต้องต้องมี และต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผัน (ม.850)ไม่ต้อง แต่ต้องตั้งใจเปลี่ยนสาระสำคัญของหนี้ (ม.349)
หนี้เดิมยังอยู่ครบส่วนที่แต่ละฝ่ายยอมสละ ระงับไป เหลือสิทธิตามสัญญายอม (ม.852)ระงับ เกิดหนี้ใหม่แทน (ม.349)
หลักประกันเดิม (จำนอง/จำนำ)ยังอยู่ควรเขียนให้ชัดในสัญญายอมว่ายังคงอยู่หรือไม่ไม่ตามไปเอง ต้องโอนมา และถ้าบุคคลอื่นเป็นผู้ให้ประกัน ต้องได้รับความยินยอมจากเขา (ม.352)
ใครต้องลงชื่อลูกหนี้ (ควรให้เจ้าหนี้ลงชื่อด้วย)ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด (ม.851)ทั้งสองฝ่าย และถ้าหนี้ใหม่เป็นเงินกู้เกิน 2,000 บาท ต้องมีลายมือชื่อผู้กู้ (ม.653)
ถ้าหนี้ใหม่ไม่เกิดเพราะมูลหนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย——หนี้เดิมไม่ระงับ (ม.351)

สรุปแบบจำง่าย: ถ้าแค่ ขอเลื่อนเวลาและแบ่งจ่ายเป็นงวด ใช้แบบที่ 1 และเขียนให้ชัดว่า "ข้อตกลงนี้ไม่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ หนี้เดิมและหลักประกันเดิมยังคงอยู่" ส่วนแบบที่ 2 ใช้เมื่อเจ้าหนี้ยอมลดอะไรให้จริง ๆ เช่น ลดดอกเบี้ยค้าง เพื่อแลกกับการจ่ายให้จบ

อย่าเรียกเอกสารว่า "สัญญาประนีประนอมยอมความ" ถ้าเจ้าหนี้ไม่ได้ยอมผ่อนผันอะไรเลย เพราะไม่เข้าองค์ประกอบมาตรา 850 และในทางกลับกัน ถ้าเข้าเป็นประนีประนอมจริง สิทธิส่วนที่เจ้าหนี้ยอมสละจะระงับไป จะกลับมาเรียกตามยอดเดิมไม่ได้อีกแล้ว

3. ข้อตกลงผ่อน = รับสภาพหนี้ อายุความเริ่มนับใหม่

ข่าวดีของฝั่งเจ้าหนี้คือ ข้อตกลงผ่อนที่ลูกหนี้ลงชื่อยอมรับยอดหนี้ ถือเป็นการ รับสภาพหนี้ ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง แล้วเริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันนั้น (มาตรา 193/14 (1) และ 193/15) ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้เป็นการรับสภาพหนี้ และอายุความที่สะดุดหยุดลงนั้นมีผลถึงผู้ค้ำประกันด้วย (ฎีกาที่ 10098/2558, มาตรา 692)

แต่ต้องรู้อีกเรื่องครับ หนี้ที่ ผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ มีอายุความ 5 ปี ไม่ใช่ 10 ปี (มาตรา 193/33 (2), ฎีกาที่ 6119/2559) นับจากวันที่ผิดนัดแต่ละงวด ถ้าลูกหนี้หยุดจ่าย อย่าปล่อยไว้นานหลายปีแล้วค่อยมาทวงทีเดียว ดูรายละเอียดเพิ่มที่ หนังสือรับสภาพหนี้ คืออะไร

นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ลูกหนี้จ่ายงวด ก็เป็นการรับสภาพหนี้เช่นกัน ส่วนลูกหนี้เองถ้ามีสัญญากู้เป็นหนังสือ จะพิสูจน์ว่าจ่ายแล้วได้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือที่ผู้ให้กู้ลงชื่อ (มาตรา 653 วรรคสอง) ดังนั้นใบรับเงินที่ระบุงวดและยอดคงเหลือจึงสำคัญกับทั้งสองฝ่าย

4. ผู้ค้ำประกันต้องลงชื่อยินยอม ไม่งั้นอาจหลุดพ้น

จุดนี้คนพลาดเยอะที่สุดครับ มาตรา 700 วางหลักว่า หนี้ที่มีกำหนดเวลาชำระแน่นอน ถ้า เจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันหลุดพ้น เว้นแต่ผู้ค้ำตกลงด้วย และข้อตกลงที่ผู้ค้ำยินยอมไว้ล่วงหน้าในสัญญาค้ำใช้บังคับไม่ได้ ต้องเป็นความยินยอม ณ ตอนที่ผ่อนเวลาจริง

เคสจริง: เจ้าหนี้แจ้งพักชำระให้ลูกหนี้ 6 งวด จนงวดสุดท้ายเลื่อนออกไป ศาลฎีกาถือว่าเป็นการผ่อนเวลา และเมื่อผู้ค้ำไม่ได้ตกลงด้วย ผู้ค้ำหลุดพ้นทั้งหมด (ฎีกาที่ 2527/2567)

กฎหมายมีข้อยกเว้นบางกรณีสำหรับข้อตกลงลดหนี้หรือขยายเวลาที่ทำหลังลูกหนี้ผิดนัดแล้ว แต่เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำเป็นหนังสือภายใน 60 วัน และข้อตกลงที่เพิ่มภาระแก่ผู้ค้ำเป็นโมฆะ (มาตรา 691) ทางที่ปลอดภัยที่สุดจึงเป็น ให้ผู้ค้ำลงชื่อ "ยินยอมและยังคงค้ำประกันต่อไป" ในข้อตกลงผ่อนฉบับเดียวกันเลย อ่านต่อเรื่องหน้าที่แจ้งผู้ค้ำได้ที่ เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำภายใน 60 วัน

ทำหนังสือข้อตกลงผ่อนชำระฟรี →เลือกได้ทั้งแบบผ่อนหนี้เดิม (ไม่แปลงหนี้) และประนีประนอมยอมความ พร้อมตารางผ่อนและช่องให้ผู้ค้ำลงชื่อยินยอม

5. ข้อตกลงผ่อนที่ดีควรมีอะไรบ้าง

  1. มูลหนี้เดิม — สัญญากู้หรือหนังสือรับสภาพหนี้ฉบับไหน ลงวันที่เท่าไร
  2. ยอดคงค้าง ณ วันทำข้อตกลง แยกเงินต้น ดอกเบี้ยค้าง และดอกเบี้ยผิดนัด ถ้ายังไม่แน่ใจยอด ลอง คำนวณยอดหนี้คงเหลือ ก่อน
  3. ประเภทของข้อตกลง — ผ่อนหนี้เดิมโดยไม่แปลงหนี้ หรือประนีประนอม (ต้องระบุสิ่งที่เจ้าหนี้ยอมผ่อนผันให้)
  4. ตารางผ่อน — จำนวนงวด ค่างวด วันครบกำหนดแต่ละงวด และถ้ามีดอกเบี้ย ให้ระบุอัตราและวิธีคิด
  5. ข้อผิดนัด — ผิดนัดกี่งวดถึงเรียกส่วนที่เหลือทั้งหมดได้
  6. ใบรับเงิน — เจ้าหนี้ออกใบรับทุกงวด ระบุงวดและยอดคงเหลือ
  7. ลายมือชื่อ ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ผู้ค้ำ (ถ้ามี) และพยาน

6. ผิดนัดกี่งวด ถึงเรียกทั้งหมดได้

กฎหมายไม่ได้กำหนดตายตัวว่ากี่งวดครับ ขึ้นกับที่ตกลงกันในข้อตกลง ที่นิยมคือ "ผิดนัดติดต่อกัน 2 งวด ให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด เจ้าหนี้เรียกส่วนที่เหลือได้ทันที" ซึ่งให้โอกาสลูกหนี้พลาดได้งวดหนึ่งโดยไม่ถูกเรียกทั้งก้อน ถ้าเขียนว่าผิดนัดงวดเดียวก็เรียกทั้งหมดได้ ก็เข้มกว่า แต่ลูกหนี้มักไม่อยากเซ็น

ส่วน ดอกเบี้ยผิดนัด ปัจจุบันคือร้อยละ 5 ต่อปี (มาตรา 224) และสำหรับหนี้ผ่อนเป็นงวด คิดได้ เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ผิดนัด ไม่ใช่จากยอดคงเหลือทั้งก้อน ข้อตกลงที่ขัดกับหลักนี้เป็นโมฆะ (มาตรา 224/1)

ถ้าจะคิดดอกเบี้ยระหว่างผ่อน ผู้ให้กู้ที่เป็นบุคคลธรรมดาคิดได้ ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี (มาตรา 654) ถ้าเกิน ข้อตกลงดอกเบี้ยเป็นโมฆะทั้งหมด และมีโทษอาญาตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ด้วย ดูเพิ่มที่ ดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างบุคคล คิดได้เท่าไร

7. และช้าก่อน!!! 5 จุดที่เจ้าหนี้พลาดบ่อยตอนให้ผ่อนใหม่

  1. ตกลงผ่อนกันในไลน์ ไม่มีผู้ค้ำร่วม — เท่ากับผ่อนเวลาโดยผู้ค้ำไม่ได้ตกลงด้วย เสี่ยงผู้ค้ำหลุดพ้นทั้งหมด (มาตรา 700)
  2. เอาดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ที่ค้างอยู่ มารวมเป็น "ยอดหนี้ใหม่" — ดอกเบี้ยส่วนที่เป็นโมฆะไม่กลายเป็นหนี้ที่ใช้ได้เพียงเพราะลูกหนี้เซ็นยอมรับ และถ้าทำเป็นแปลงหนี้จากมูลหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หนี้ใหม่ก็ไม่เกิด (มาตรา 351)
  3. เรียกเอกสารว่าประนีประนอม ทั้งที่ไม่ได้ยอมลดอะไร — หรือกลับกัน ยอมลดให้แล้วลืมว่าสิทธิส่วนที่สละไปจะระงับ (มาตรา 852)
  4. คิดว่าผ่อนแล้วอายุความ 10 ปี — หนี้ผ่อนทุนคืนเป็นงวดมีอายุความ 5 ปีนับจากวันผิดนัดแต่ละงวด (มาตรา 193/33 (2))
  5. รับเงินงวดแต่ไม่ออกใบรับ — เสียทั้งหลักฐานว่าอายุความสะดุดหยุด และลูกหนี้ก็พิสูจน์การจ่ายไม่ได้ ทะเลาะกันเรื่องยอดคงเหลือแน่นอน

ขอย้ำว่าบทความนี้เป็นภาพรวมของหนี้ระหว่างบุคคล ถ้ามีจำนองหรือจำนำเป็นประกัน มีคดีฟ้องกันอยู่แล้ว หรือคิดจะทำเป็นแปลงหนี้ใหม่ (เช่น ให้คนอื่นมารับเป็นลูกหนี้แทน) ควรให้ทนายดูเอกสารก่อนลงชื่อครับ

ทำหนังสือข้อตกลงผ่อนชำระฟรี →กรอกยอดคงค้าง เลือกจำนวนงวด ระบบทำตารางผ่อนและเตือนดอกเบี้ยเกินเพดานให้อัตโนมัติ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ หากมูลค่าสูงหรือมีข้อพิพาท ควรปรึกษาทนายความ

คำถามที่พบบ่อย

ตกลงผ่อนชำระหนี้ใหม่ หนี้เดิมยังอยู่ไหม

ถ้าเป็นข้อตกลงผ่อนชำระหนี้เดิมที่แค่กำหนดวิธีและเวลาชำระใหม่ หนี้เดิมและหลักประกันเดิมยังอยู่ ควรเขียนให้ชัดว่าไม่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ ต่างจากแปลงหนี้ใหม่ที่หนี้เดิมระงับ (มาตรา 349) และประนีประนอมยอมความที่สิทธิส่วนที่ยอมสละระงับ (มาตรา 852)

ให้ลูกหนี้ผ่อนใหม่ ผู้ค้ำประกันยังต้องรับผิดไหม

ถ้าเจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้โดยผู้ค้ำไม่ได้ตกลงด้วย ผู้ค้ำอาจหลุดพ้น (มาตรา 700) และความยินยอมล่วงหน้าในสัญญาค้ำใช้บังคับไม่ได้ จึงควรให้ผู้ค้ำลงชื่อยินยอมในข้อตกลงผ่อนฉบับนั้นเลย

ข้อตกลงผ่อนชำระทำให้อายุความเริ่มนับใหม่ไหม

ได้ ข้อตกลงที่ลูกหนี้ยอมรับยอดหนี้เป็นการรับสภาพหนี้ อายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับใหม่ (มาตรา 193/14, 193/15) แต่หนี้ที่ผ่อนทุนคืนเป็นงวดมีอายุความ 5 ปีนับจากวันผิดนัดแต่ละงวด

ลูกหนี้ผิดนัดกี่งวด เจ้าหนี้ถึงเรียกทั้งหมดได้

ขึ้นกับที่ตกลงกันในข้อตกลง ที่นิยมคือผิดนัดติดต่อกัน 2 งวดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ส่วนดอกเบี้ยผิดนัดของหนี้ผ่อนเป็นงวด คิดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ผิดนัด (มาตรา 224/1)

ข้อมูลอ้างอิง

หมายเหตุ: ข้อมูล ณ 29 กันยายน พ.ศ. 2569 — กฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง

อ่านต่อ