ซื้อที่ดิน บ้าน คอนโดมือสอง ทำสัญญากันเองได้ไหม? สัญญาจะซื้อจะขาย + วางมัดจำ ต้องรู้อะไร
SiamContract · · อ่าน 8 นาที
ซื้อขายที่ดิน บ้าน คอนโดมือสองระหว่างบุคคล ทำสัญญาเองได้แค่ไหน ทำไมต้องเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย วางมัดจำเท่าไรดี ผิดสัญญาริบมัดจำได้ไหม และเข้าอยู่ก่อนโอนเสี่ยงอะไร
เจอบ้านมือสองถูกใจ หรือญาติจะขายที่ดินแปลงข้างบ้านให้ ตกลงราคากันได้แล้ว ขั้นต่อไปที่ทุกคนถามคือ "เขียนสัญญากันเองได้ไหม ไม่ต้องไปที่ดินได้หรือเปล่า" คำตอบสั้น ๆ คือ ทำสัญญากันเองได้ แต่ต้องเป็น "สัญญาจะซื้อจะขาย" และต้องนัดไปจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดินเสมอ ครับ บทความนี้อธิบายว่าทำไม และมัดจำควรวางอย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ
1. ซื้อขายที่ดินกันเอง ไม่ไปสำนักงานที่ดิน ได้ไหม
ไม่ได้ครับ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน บ้าน ห้องชุด) ถ้าไม่ได้ทำเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคหนึ่ง) เขียนสัญญาเองดีแค่ไหน เซ็นพยานครบแค่ไหน ถ้าตั้งใจให้เป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดโดยไม่จดทะเบียน กรรมสิทธิ์ก็ไม่โอน
สิ่งที่คนสองคนทำกันเองได้คือ สัญญาจะซื้อจะขาย — ตกลงกันว่าจะซื้อขายในราคาเท่านี้ แล้วจะไปจดทะเบียนโอนกันในวันที่กำหนด สัญญาแบบนี้บังคับกันได้ ถ้าอีกฝ่ายไม่ไปโอน ฟ้องให้ไปโอนหรือเรียกค่าเสียหายได้ แต่ต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่ง: หลักฐานเป็นหนังสือที่ฝ่ายผู้ต้องรับผิดลงชื่อ, วางมัดจำ หรือชำระราคาบางส่วน (มาตรา 456 วรรคสอง)
| สัญญาจะซื้อจะขาย | สัญญาซื้อขาย (จดทะเบียน) | |
|---|---|---|
| ทำที่ไหน | ทำกันเองได้ | สำนักงานที่ดิน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ |
| กรรมสิทธิ์ | ยังเป็นของผู้ขาย | โอนเป็นของผู้ซื้อ |
| หน้าที่ | สัญญาว่าจะไปโอนในวันนัด | จบการซื้อขาย |
| ถ้าไม่มีหนังสือ มัดจำ หรือชำระบางส่วน | ฟ้องบังคับไม่ได้ (ม.456 ว.2) | – |
| ถ้าไม่จดทะเบียน | – | โมฆะ (ม.456 ว.1) |
ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า ซื้อขายที่ดินที่ติดข้อห้ามโอน แล้วตกลงว่าจะไปโอนกันหลังพ้นกำหนดห้ามโอน เป็น สัญญาจะซื้อจะขาย ไม่ใช่ซื้อขายเสร็จเด็ดขาด (ฎีกาที่ 4741/2565) หัวสัญญาและเนื้อหาจึงควรเขียนให้ชัดว่า "จะซื้อจะขาย" และระบุ วันไปจดทะเบียนโอน ไว้เสมอครับ
2. ก่อนวางมัดจำ ตรวจอะไรบ้าง
- ขอดูโฉนดตัวจริง แล้วเทียบชื่อเจ้าของกับบัตรประชาชนผู้ขาย จดเลขโฉนด เลขที่ดิน หน้าสำรวจ และเนื้อที่ลงในสัญญา
- ตรวจภาระผูกพัน ติดจำนองธนาคารไหม มีคนเช่าอยู่ไหม มีข้อห้ามโอนหรือไม่ — ถ้าติดจำนอง ต้องตกลงให้ชัดว่าผู้ขายจะไถ่ถอนก่อนหรือในวันโอน
- ถามว่าเป็นสินสมรสหรือถือร่วมหลายคนไหม — การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสินสมรสต้องให้คู่สมรสยินยอม (มาตรา 1476) ถ้าถือร่วมหลายชื่อ ทุกคนควรลงชื่อ
- ไปดูสภาพจริง แนวเขต ทางเข้าออก บ้านรั่วร้าวตรงไหน แล้วเขียนตำหนิที่เห็นลงในสัญญา
- ตกลงเรื่องเงินให้ครบ ราคา มัดจำ ส่วนที่เหลือจ่ายวันโอน (หรือกู้ธนาคาร) และใครจ่ายค่าธรรมเนียมกับภาษีตอนโอน
3. มัดจำเท่าไรดี และริบได้แค่ไหน
กฎหมายไม่ได้กำหนดตัวเลขมัดจำไว้ครับ ตกลงกันได้ แต่มีหลักที่ต้องรู้ 3 ข้อ
- มัดจำคือเงินที่ให้ไว้ในวันทำสัญญา (มาตรา 377) เงินที่จ่ายเพิ่มภายหลังไม่ใช่มัดจำ ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยในคดีซื้อบ้านไม้สักว่า เงินที่ให้ในวันทำสัญญาเป็นมัดจำและริบได้เมื่อผู้ซื้อผิดสัญญา แต่เงินที่จ่ายหลังจากนั้นไม่ใช่มัดจำ (ฎีกาที่ 918/2558)
- ใครผิดสัญญา ผลต่างกัน ผู้ซื้อผิด (ไม่ไปโอน ไม่จ่ายส่วนที่เหลือ) ผู้ขายริบมัดจำได้ ผู้ขายผิด (ไม่ไปโอน เอาไปขายคนอื่น) ต้องคืนมัดจำ (มาตรา 378)
- มัดจำสูงเกินส่วน ศาลลดได้ ให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายจริง (พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.7) ใช้กับสัญญาระหว่างบุคคลทั่วไปด้วย แต่เป็นดุลพินิจศาล และศาลดูด้วยว่าฝ่ายที่วางมัดจำมีส่วนผิดหรือไม่ (ฎีกาที่ 301/2563)
ถ้าอยากให้ผู้ขายที่ผิดสัญญาต้อง คืนมากกว่ามัดจำ เช่น คืนมัดจำพร้อมเงินอีกเท่าหนึ่ง ต้องเขียนเป็น เบี้ยปรับ ไว้ในสัญญา เพราะมาตรา 378 ให้แค่คืนมัดจำ และถ้าเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลก็ลดได้เช่นกัน (มาตรา 383)
4. ค่าโอน ภาษี ใครจ่าย
ตอนจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดินจะมีทั้งค่าธรรมเนียมและภาษีหลายตัว ตัวเลขขึ้นกับราคาประเมิน ระยะเวลาถือครอง และว่าผู้ขายเป็นใคร เรื่องนี้ ให้ตกลงกันในสัญญาว่าใครจ่ายรายการไหน เช่น "ค่าธรรมเนียมการโอนคนละครึ่ง ภาษีทั้งหมดผู้ขายจ่าย" แล้วสอบถามยอดจริงกับสำนักงานที่ดินที่ทรัพย์ตั้งอยู่ก่อนวันนัดครับ ส่วนตัว สัญญาจะซื้อจะขายไม่ต้องติดอากรแสตมป์ เพราะไม่มีรายการซื้อขายในบัญชีอัตราอากร
5. ผู้ซื้อเข้าอยู่ก่อนวันโอน เสี่ยงอย่างไร
บางครั้งผู้ขายยอมให้เข้าอยู่หรือเข้าทำประโยชน์ก่อน เพราะผ่อนมัดจำไปเยอะแล้ว หรือรอกู้ธนาคาร ฟังดูสะดวก แต่ต้องเข้าใจว่า ระหว่างนั้นกรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ขาย และศาลฎีกาถือว่าผู้ซื้อที่ครอบครองอยู่ตามสัญญาจะซื้อจะขาย ครอบครองแทนผู้ขาย (ฎีกาที่ 4741/2565) อยู่นานแค่ไหนก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์เพราะเหตุนั้น
ความเสี่ยงจริงคือ ถ้าผู้ขายนำที่ดินไปขายหรือจำนองกับคนอื่น หรือถูกเจ้าหนี้ยึด ผู้ซื้อที่จ่ายเงินไปมากแล้วแต่ยังไม่ได้โอนจะตามยากมาก ถ้าจำเป็นต้องเข้าอยู่ก่อน ควร จ่ายเงินน้อยที่สุดจนถึงวันโอน ตั้งวันโอนให้เร็ว และเขียนในสัญญาว่าถ้าไม่ได้โอน ต้องออกจากทรัพย์และคืนเงินกันอย่างไร
6. และช้าก่อน!!! 6 จุดที่ซื้อขายที่ดินกันเองพลาดบ่อย
- เขียน "สัญญาซื้อขายที่ดิน" แล้วจ่ายครบ คิดว่าได้ที่แล้ว — ไม่จดทะเบียน = กรรมสิทธิ์ไม่โอน (มาตรา 456) ต้องมีวันนัดโอนเสมอ
- วางมัดจำก่อนดูโฉนดตัวจริง — ไม่รู้ว่าติดจำนอง ถือร่วม หรือผู้ขายไม่ใช่เจ้าของจริง
- ลืมคู่สมรสของผู้ขาย — ถ้าเป็นสินสมรส ต้องได้รับความยินยอม ถึงวันโอนแล้วไม่มีหนังสือยินยอม เรื่องค้างทันที ควรให้คู่สมรสลงชื่อตั้งแต่ทำสัญญาจะซื้อจะขาย
- เรียก "เงินจอง" แต่ตั้งใจให้เป็นมัดจำ — ใช้คำว่า "มัดจำ" ให้ชัด และให้ในวันทำสัญญา
- ไม่เขียนว่าถ้าไม่ไปตามนัดจะเป็นอย่างไร — ควรระบุวัน เวลา สำนักงานที่ดิน และผลถ้าฝ่ายใดไม่มา เช่น ริบมัดจำ หรือคืนมัดจำพร้อมเบี้ยปรับ
- ไม่ตรวจเนื้อที่และสภาพ — ถ้าเนื้อที่ขาดหรือเกินไม่เกินร้อยละ 5 ผู้ซื้อต้องรับไว้ (มาตรา 465–467) และความชำรุดที่เห็นได้ชัดตอนรับมอบแล้วรับไว้โดยไม่ทักท้วง ผู้ขายไม่ต้องรับผิด (มาตรา 473) แต่ถ้าเป็นความชำรุดที่ต้องรื้อฝ้าจึงจะเห็น ผู้ขายยังต้องรับผิด (ฎีกาที่ 17002/2555)
7. ซื้อจากโครงการ ใช้สัญญาแบบนี้ได้ไหม
ถ้าซื้อบ้านจัดสรรหรือคอนโดจาก ผู้ประกอบการโครงการ ให้ใช้แบบสัญญาของโครงการ ซึ่งมีกฎหมายอาคารชุดและประกาศควบคุมสัญญากำกับอยู่ครับ อ่านให้ละเอียดก่อนเซ็นโดยเฉพาะเรื่องมัดจำและการริบเงิน ส่วนสัญญาในบทความนี้เหมาะกับ การซื้อขายมือสองระหว่างบุคคล เช่น ซื้อบ้านต่อจากเจ้าของ ซื้อที่ดินจากญาติหรือเพื่อนบ้าน
ถ้าผู้ขายหรือผู้ซื้อไปสำนักงานที่ดินในวันนัดเองไม่ได้ ทำ หนังสือมอบอำนาจ ให้คนที่ไว้ใจไปแทนได้ (สำนักงานที่ดินมักให้ใช้แบบฟอร์มของกรมที่ดิน ควรสอบถามก่อน) ส่วนถ้าซื้อขายรถ ดู บทความซื้อขายรถมือสอง และ สัญญาซื้อขายรถมือสอง ครับ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ หากมูลค่าสูงหรือมีข้อพิพาท ควรปรึกษาทนายความ
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อขายที่ดินทำสัญญากันเองโดยไม่จดทะเบียน มีผลไหม
ถ้าตั้งใจให้เป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด สัญญาเป็นโมฆะเพราะไม่ได้จดทะเบียน (ป.พ.พ. มาตรา 456) แต่ถ้าตกลงว่าจะไปจดทะเบียนโอนกันภายหลัง เป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่บังคับกันได้ ถ้ามีหลักฐานเป็นหนังสือ วางมัดจำ หรือชำระราคาบางส่วน
ผู้ซื้อไม่ไปโอนตามนัด ผู้ขายริบมัดจำได้ไหม
ได้ ถ้าผู้ซื้อที่วางมัดจำผิดสัญญา ผู้ขายริบมัดจำได้ (มาตรา 378) แต่ถ้ามัดจำสูงเกินส่วน ศาลลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายจริง
ผู้ขายเปลี่ยนใจไม่ขาย ผู้ซื้อได้อะไรคืน
ผู้ขายต้องคืนมัดจำ (มาตรา 378) ถ้าอยากได้มากกว่านั้น ต้องเขียนเบี้ยปรับไว้ในสัญญา นอกจากนี้ผู้ซื้อยังฟ้องให้ผู้ขายไปจดทะเบียนโอนตามสัญญาจะซื้อจะขายได้
ขายบ้านที่เป็นสินสมรส ต้องให้คู่สมรสเซ็นไหม
ต้อง การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสินสมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส (มาตรา 1476) ควรให้คู่สมรสลงชื่อยินยอมตั้งแต่ทำสัญญาจะซื้อจะขาย
สัญญาจะซื้อจะขายต้องติดอากรแสตมป์ไหม
ไม่ต้อง บัญชีอัตราอากรแสตมป์ไม่มีรายการซื้อขาย ค่าธรรมเนียมและภาษีจะเกิดตอนจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดิน
ข้อมูลอ้างอิง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377, 378, 383, 465–467, 472, 473, 475, 1476
- พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
- บัญชีอัตราอากรแสตมป์ กรมสรรพากร
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4741/2565
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2558
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 301/2563
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17002/2555
หมายเหตุ: ข้อมูล ณ 29 กันยายน พ.ศ. 2569 — กฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง