SiamContract

เงินเดือนเหลือเท่าไหร่ถึงจะกู้ได้? ธนาคารดูอะไร ผ่อนหนี้กินเงินเดือนกี่ % ถึงยังผ่าน

SiamContract · · อ่าน 7 นาที

เงินเดือนเหลือเท่าไหร่ถึงจะกู้ได้ ธนาคารดูภาระผ่อนกี่ % ของรายได้ นับหนี้อะไรบ้าง สินเชื่อส่วนบุคคลกู้ได้กี่เท่าของเงินเดือน และกู้ไม่ผ่านขอเหตุผลได้


เงินเดือนสามหมื่น แต่ไปยื่นกู้บ้านแล้วไม่ผ่าน ขณะที่เพื่อนเงินเดือนน้อยกว่ากลับผ่าน คำถามที่ตามมาคือ เงินเดือนเหลือเท่าไหร่ถึงจะกู้ได้ คำตอบคือธนาคารไม่ได้ดูแค่เงินเดือน แต่ดูว่า หลังหักค่างวดทุกก้อนแล้ว คุณยังเหลือเงินพอใช้ชีวิตไหม บทความนี้จะเล่าว่าธนาคารคิดยังไง นับหนี้อะไรบ้าง และเรามาคำนวณเองก่อนยื่นได้ยังไงครับ

1. ธนาคารดูอะไร: เงินที่เหลือ ไม่ใช่เงินเดือน

ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้ผู้ให้กู้ต้องประเมินว่าผู้กู้ มีเงินเหลือหลังหักค่าผ่อนหนี้ทุกก้อนพอสำหรับใช้ชีวิต และต้องนับหนี้ทั้งหมดที่มี ไม่ใช่แค่หนี้ก้อนที่มาขอใหม่ (ประกาศ ธปท. สกช. 7/2566 เอกสารแนบ 4)

ตัวเลขที่ธนาคารใช้ช่วยตัดสินเรียกว่า ภาระหนี้ต่อรายได้ หรือที่ในวงการเรียก DSR คือเอาค่าผ่อนหนี้ทุกก้อนต่อเดือนหารด้วยรายได้ต่อเดือน เช่น เงินเดือน 25,000 บาท ผ่อนรถอยู่ 5,000 บาท = ผ่อนหนี้กินเงินเดือน 20%

แบงก์ชาติ ไม่ได้กำหนดเพดาน ว่าห้ามเกินกี่ % ประกาศบอกแค่ว่าใช้ตัวเลขนี้เป็นปัจจัยสำคัญประกอบการพิจารณา แต่ละธนาคารจึงตั้งเกณฑ์ของตัวเอง ในทางปฏิบัติหลายแห่งใช้ราว 40–50% ของรายได้ และอาจยอมสูงกว่านั้นสำหรับคนรายได้สูง ตัวเลขนี้จึงเป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎหมาย

2. หนี้อะไรบ้างที่ธนาคารนับ

หลายคนคิดว่าธนาคารเห็นแค่หนี้ในเครดิตบูโร ความจริงประกาศของแบงก์ชาติยกตัวอย่างให้ธนาคารนับหนี้กว้างกว่านั้น:

  • หนี้ในเครดิตบูโร เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน
  • หนี้ที่หักผ่านสลิปเงินเดือน เช่น เงินกู้สหกรณ์ เงินกู้สวัสดิการกับนายจ้าง
  • หนี้สหกรณ์หรือเครดิตยูเนี่ยนที่ไม่ได้หักผ่านสลิป และ หนี้นอกระบบ เท่าที่ธนาคารตรวจได้
  • ค่างวดของหนี้ก้อนใหม่ที่กำลังขอ รวมค่าประกันที่บวกเข้าไปในยอดกู้ด้วย

อีก 2 ข้อที่คนมักไม่รู้: ธนาคาร ห้ามคิดเอาเองว่าถ้าผ่อนไม่ไหวก็ยึดทรัพย์ขายได้ จึงต้องดูความสามารถผ่อนจากรายได้จริง และ ระยะเวลาผ่อนต้องไม่เกินช่วงที่ยังมีรายได้ คนใกล้เกษียณจึงมักได้ระยะผ่อนสั้นกว่าและค่างวดสูงกว่า

3. ลองคำนวณ: เงินเดือน 25,000 กู้ได้เท่าไหร่

สมมติเงินเดือน 25,000 บาท ผ่อนบัตรและของอยู่แล้วเดือนละ 3,000 บาท ถ้าตั้งเพดานไว้ที่ 40% ของรายได้ = ผ่อนหนี้รวมได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงเหลือที่ผ่อนเพิ่มได้อีกเดือนละ 7,000 บาท ค่างวดเท่ากัน แต่กู้ได้ต่างกันมาก ขึ้นกับดอกเบี้ยและระยะผ่อน:

กู้เพื่อสมมติฐานผ่อน 7,000/เดือน กู้ได้ประมาณ
ซื้อบ้าน / คอนโดดอกเบี้ย 6% ลดต้นลดดอก ผ่อน 30 ปี1,170,000 บาท
ผ่อนรถ (เช่าซื้อ)ดอกเบี้ยคงที่ 4% ผ่อน 6 ปี406,000 บาท
สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ย 25% ผ่อน 3 ปีคิดจากค่างวดได้ 176,000 บาท แต่ ติดเพดาน 1.5 เท่าของเงินเดือน = 37,500 บาท

ตัวเลขข้างบนเป็นการประมาณเท่านั้น ธนาคารแต่ละแห่งใช้ดอกเบี้ย ระยะผ่อน และเกณฑ์ไม่เหมือนกัน ถ้าอยากลองกับตัวเลขของตัวเอง ใช้เครื่องคำนวณด้านล่างได้เลย ใส่รายได้ ค่างวดที่ผ่อนอยู่ และค่าใช้จ่ายจำเป็น ระบบจะบอกว่าผ่อนหนี้กินเงินเดือนกี่ % ผ่อนเพิ่มได้อีกเท่าไหร่ และเงินเหลือใช้หลังผ่อนเท่าไหร่

คำนวณ เงินเดือนเท่านี้ กู้ได้เท่าไหร่ →กู้บ้าน ผ่อนรถ สินเชื่อส่วนบุคคล เลือกเพดาน 40 / 50 / 60% ได้เอง

4. สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต มีเพดานตามเงินเดือนอยู่แล้ว

สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันมีเกณฑ์ของแบงก์ชาติกำหนดวงเงินเป็นจำนวนเท่าของรายได้ ต่อให้ภาระหนี้ยังน้อย ก็กู้เกินนี้ไม่ได้:

ประเภทรายได้ต่อเดือนวงเงินสูงสุด
สินเชื่อส่วนบุคคล (ไม่มีหลักประกัน)ต่ำกว่า 30,000 บาท1.5 เท่าของรายได้ และมีเจ้าหนี้ประเภทนี้ได้ไม่เกิน 3 ราย
สินเชื่อส่วนบุคคล (ไม่มีหลักประกัน)30,000 บาทขึ้นไป5 เท่าของรายได้
บัตรเครดิต15,000 – ต่ำกว่า 30,000 บาท1.5 เท่า
บัตรเครดิต30,000 – ต่ำกว่า 50,000 บาท3 เท่า
บัตรเครดิต50,000 บาทขึ้นไป5 เท่า

ดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมทุกอย่างของสินเชื่อส่วนบุคคลต้องไม่เกิน 25% ต่อปี จำนำทะเบียนรถไม่เกิน 24% และบัตรเครดิตไม่เกิน 16% ต่อปี

5. กู้ไม่ผ่าน ขอให้ธนาคารบอกเหตุผลได้

ถ้ายื่นกู้แล้วไม่ผ่าน คุณมีสิทธิ ขอให้ธนาคารชี้แจงเหตุผล ผ่านโทรศัพท์ อีเมล แอป หรือ LINE ของธนาคาร ธนาคารต้องบอกปัจจัยสำคัญ เช่น ความสามารถในการผ่อน หรือประวัติการผ่อนชำระ เพื่อให้เรารู้ว่าต้องแก้ตรงไหน (ประกาศ สกช. 7/2566 ข้อ 4.2) ถ้าไม่ผ่านเพราะข้อมูลเครดิตบูโร ดูวิธีตรวจและแก้ข้อมูลได้ใน ติดเครดิตบูโรกี่ปีถึงจะพ้น

6. อยากกู้ผ่าน ทำอะไรได้บ้าง

  1. ลดภาระผ่อนก่อนยื่น ปิดหนี้ก้อนเล็ก ลดยอดค้างบัตร เพราะค่างวดทุกก้อนถูกนับรวม
  2. ยืดระยะผ่อนหรือเพิ่มเงินดาวน์ ค่างวดต่อเดือนลดลง สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ก็ลดลง
  3. เตรียมหลักฐานรายได้ให้ครบ สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง หลักฐานรายได้เสริม
  4. มีผู้กู้ร่วม รายได้รวมสูงขึ้น แต่ผู้กู้ร่วมต้องรับผิดชอบหนี้ทั้งก้อนเหมือนกัน คิดให้ดีก่อน
  5. จ่ายทุกบัญชีให้ตรงเวลาสัก 6–12 เดือน ก่อนยื่นใหม่

7. และช้าก่อนนนนน!!! กู้ผ่าน ไม่ได้แปลว่าผ่อนไหว

คนที่ทำงานตามหนี้มาจะเห็นบ่อยว่าคนที่มีปัญหาหนักไม่ใช่คนกู้ไม่ผ่าน แต่เป็นคน กู้ผ่านตอนเพดานตึงมือ ผ่อนหนี้กินเงินเดือนไป 60–70% พอมีเรื่องไม่คาดฝัน เช่น ป่วย ตกงาน ค่าเทอมลูก ก็เริ่มค้าง เริ่มกู้ก้อนใหม่มาโปะ ก่อนยื่นกู้ ให้กันเงินฉุกเฉินไว้ด้วย และถ้าผ่อนอยู่แล้วเริ่มไม่ไหว อย่ารอให้ค้าง ติดต่อเจ้าหนี้ขอปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ทำหนังสือขอปรับโครงสร้างหนี้ฟรี →ขอลดค่างวด ขยายเวลาผ่อน หรือพักชำระ แนบรายรับรายจ่ายให้เจ้าหนี้เห็นภาพ

ถ้าจะยืมเงินจากญาติหรือเพื่อนแทนการกู้ธนาคาร ควรทำสัญญากู้ให้เรียบร้อย และดอกเบี้ยระหว่างบุคคลคิดได้ไม่เกิน 15% ต่อปี อ่าน ดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างบุคคล คิดได้สูงสุดเท่าไหร่

สรุปสั้น ๆ: เงินเดือนเหลือเท่าไหร่ถึงจะกู้ได้ ไม่มีตัวเลขเดียวตายตัว ธนาคารดูว่าหักค่างวดทุกก้อนแล้วยังพอใช้ชีวิตไหม หลายแห่งใช้แนวทางผ่อนหนี้รวมไม่เกินราว 40–50% ของรายได้ สินเชื่อส่วนบุคคลกับบัตรเครดิตมีเพดานเป็นเท่าของเงินเดือนอีกชั้น ลองคำนวณเองก่อนยื่น และถ้าไม่ผ่าน ขอเหตุผลจากธนาคารได้ครับ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ หากมูลค่าสูงหรือมีข้อพิพาท ควรปรึกษาทนายความ

คำถามที่พบบ่อย

เงินเดือนเหลือเท่าไหร่ถึงจะกู้ได้

ไม่มีตัวเลขตายตัว ธนาคารต้องดูว่าหลังหักค่าผ่อนหนี้ทุกก้อนแล้วยังมีเงินเหลือพอดำรงชีพ ตามประกาศ ธปท. สกช. 7/2566 ในทางปฏิบัติหลายธนาคารใช้แนวทางผ่อนหนี้รวมไม่เกินราว 40–50% ของรายได้

แบงก์ชาติกำหนดว่าผ่อนหนี้ได้ไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ไหม

ไม่ได้กำหนดเพดาน ประกาศให้ใช้อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญประกอบการพิจารณา แต่ละธนาคารตั้งเกณฑ์ของตัวเอง

สินเชื่อส่วนบุคคลกู้ได้กี่เท่าของเงินเดือน

รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน กู้ได้ไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ และมีเจ้าหนี้ประเภทนี้ได้ไม่เกิน 3 ราย ถ้ารายได้ 30,000 บาทขึ้นไป กู้ได้ไม่เกิน 5 เท่า

หนี้สหกรณ์ที่หักจากเงินเดือน ธนาคารนับด้วยไหม

นับ ประกาศ ธปท. ยกตัวอย่างให้ผู้ให้กู้พิจารณาภาระหนี้กับนายจ้างและสหกรณ์ที่แสดงในสลิปเงินเดือน รวมถึงหนี้สหกรณ์ที่ไม่อยู่ในสลิปและหนี้นอกระบบเท่าที่ตรวจสอบได้

กู้ไม่ผ่าน ขอทราบเหตุผลได้ไหม

ได้ ลูกค้าขอให้ผู้ให้บริการชี้แจงเหตุผลการไม่อนุมัติสินเชื่อได้ ผู้ให้บริการต้องบอกปัจจัยสำคัญ เช่น ความสามารถในการชำระหนี้ หรือประวัติการผ่อนชำระ ตามประกาศ ธปท. สกช. 7/2566 ข้อ 4.2

ข้อมูลอ้างอิง

หมายเหตุ: ข้อมูล ณ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 — กฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง

อ่านต่อ