SiamContract

ลูกหนี้เสียชีวิต หนี้ตกทอดถึงลูกไหม? ทายาทต้องจ่ายแค่ไหน ไม่รับมรดกได้ไหม

SiamContract · · อ่าน 7 นาที

ลูกหนี้เสียชีวิต หนี้ไม่หายแต่ทายาทจ่ายไม่เกินมรดกที่ได้รับ เจ้าหนี้ต้องฟ้องภายใน 1 ปี ไม่รับมรดกต้องทำยังไง และเซ็นอะไรแล้วเสี่ยงต้องจ่ายเพิ่ม


พ่อหรือแม่เพิ่งจากไป ยังไม่ทันหายเศร้า ก็มีจดหมายจากธนาคารหรือโทรศัพท์จากเจ้าหนี้มาถามว่าใครจะจ่ายหนี้ที่ค้างอยู่ คำถามแรกของลูกหลานแทบทุกบ้านคือ ลูกหนี้เสียชีวิต แล้วหนี้ตกมาที่ลูกไหม ต้องเอาเงินเดือนตัวเองไปจ่ายหรือเปล่า คำตอบสั้น ๆ คือ หนี้ไม่ได้หายไป แต่ทายาทจ่ายไม่เกินทรัพย์สินที่ได้รับจากมรดก ใครไม่ได้มรดกเลย ก็ไม่ต้องเอาเงินตัวเองไปจ่าย มาดูรายละเอียดกันครับ

1. ตายแล้วหนี้ไปไหน

เมื่อคนหนึ่งเสียชีวิต ทรัพย์สินทุกอย่างของเขา รวมทั้ง หนี้ ที่ยังค้าง จะรวมกันเป็น "กองมรดก" และตกทอดไปยังทายาท (ป.พ.พ. ม.1599, 1600) หนี้จึงไม่ได้หายไปพร้อมกับคนตาย แต่กฎหมายวางหลักคุ้มครองทายาทไว้ชัดว่า ทายาทไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตัวเองได้รับ (ม.1601) และเจ้าหนี้ของผู้ตายได้รับชำระจากทรัพย์สินในกองมรดกเท่านั้น (ม.1734)

สถานการณ์ทายาทต้องจ่ายไหม
ผู้ตายมีบ้าน 1 ล้าน หนี้ 3 แสนหนี้ถูกจ่ายจากกองมรดกก่อน ที่เหลือจึงแบ่งให้ทายาท
ผู้ตายมีเงินฝาก 50,000 หนี้บัตรเครดิต 200,000เจ้าหนี้ได้แค่ 50,000 จากมรดก ส่วนที่ขาด ทายาทไม่ต้องเอาเงินตัวเองจ่าย
ผู้ตายไม่มีทรัพย์สินอะไรเลยทายาทไม่ต้องจ่าย เพราะไม่ได้รับมรดก
ลูกเป็นผู้ค้ำประกันหรือผู้กู้ร่วมในสัญญานั้นด้วยต้องรับผิดในฐานะ ผู้ค้ำหรือผู้กู้ร่วม ของตัวเอง ไม่เกี่ยวกับมรดก
แถวสุดท้ายสำคัญมาก ถ้าคุณเคยเซ็นค้ำประกันหรือกู้ร่วมกับพ่อแม่ไว้ คุณไม่ได้รับผิดในฐานะลูก แต่รับผิดตามสัญญาที่คุณเซ็นเอง กฎ "ไม่เกินมรดก" ช่วยไม่ได้ในส่วนนี้

2. เจ้าหนี้ทวงใครได้บ้าง และเอาจากไหน

  • ก่อนแบ่งมรดก เจ้าหนี้บังคับเอาจากกองมรดกได้เต็มจำนวน (ม.1738)
  • หลังแบ่งมรดกแล้ว เจ้าหนี้เรียกจากทายาทคนใดคนหนึ่งก็ได้ แต่ ไม่เกินส่วนที่ทายาทคนนั้นได้รับไป ใครจ่ายเกินส่วนของตัวเอง ไปเรียกคืนจากทายาทคนอื่นได้ (ม.1738)
  • เจ้าหนี้ฟ้องทายาทคนใดก็ได้ แต่ถ้ามีผู้จัดการมรดกแล้ว ต้องเรียกผู้จัดการมรดกเข้ามาในคดีด้วย (ม.1737)
  • เงินในกองมรดกต้องจ่ายตามลำดับ เช่น ค่าใช้จ่ายจัดการมรดก ค่าทำศพ ภาษีค้าง ก่อนหนี้ทั่วไปอย่างบัตรเครดิตหรือเงินกู้ (ม.1739) ส่วนเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันอย่างจำนองบ้าน ยังบังคับเอาจากทรัพย์นั้นได้ตามสิทธิของตน

3. เจ้าหนี้มีเวลาฟ้องแค่ 1 ปี

นี่คือเรื่องที่ทายาทไม่ค่อยรู้ แต่สำคัญที่สุด หนี้เงินกู้ปกติมีอายุความ 10 ปี แต่ถ้าลูกหนี้เสียชีวิต เจ้าหนี้ต้อง ฟ้องภายใน 1 ปี นับจากวันที่รู้หรือควรรู้ว่าลูกหนี้ตาย และไม่เกิน 10 ปีนับจากวันที่ลูกหนี้ตาย (ม.1754) คนที่ยกเรื่อง 1 ปีนี้ขึ้นสู้ได้คือทายาท หรือผู้จัดการมรดก (ม.1755)

แต่ระวัง ถ้าภายใน 1 ปีนั้น ทายาท เซ็นหนังสือรับสภาพหนี้ หรือ ผ่อนจ่ายแทน อายุความจะเริ่มนับใหม่ตามอายุความของหนี้เดิม (ม.193/14, 193/15) ศาลฎีกาเคยตัดสินว่าทายาทที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้ของพ่อ ทำให้กำหนด 1 ปีสะดุดหยุดลง เจ้าหนี้จึงฟ้องได้อีก 10 ปี (ฎ.4557/2566) และทายาทที่ผ่อนค่างวดรถของผู้ตายต่อ ก็ถือว่ารับสภาพหนี้เช่นกัน (ฎ.16836/2557) อ่านเรื่องอายุความเพิ่มเติมได้ที่ อายุความหนี้เงินกู้กี่ปี

4. ไม่อยากรับมรดกเลย ทำได้ไหม

ทำได้ เรียกว่า สละมรดก แต่มีเงื่อนไขที่ต้องรู้ก่อน:

  1. ต้องทำเป็น หนังสือแสดงเจตนาชัดแจ้ง มอบไว้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ บอกด้วยปากหรือแค่ไม่ไปรับไม่พอ (ม.1612)
  2. สละบางส่วนไม่ได้ เช่น เอาบ้านแต่ไม่เอาหนี้ และ ถอนคืนไม่ได้ (ม.1613)
  3. มีผลย้อนไปถึงวันที่เจ้ามรดกตาย และลูกของคนที่สละยังรับมรดกแทนที่ได้ (ม.1615)
  4. ถ้าสละเพื่อหนีเจ้าหนี้ของ ตัวเอง เจ้าหนี้ของคุณขอให้ศาลเพิกถอนการสละได้ (ม.1614)

ในทางปฏิบัติ ถ้ามรดกมีน้อยกว่าหนี้ ทายาทหลายคนไม่จำเป็นต้องสละ เพราะกฎ "ไม่เกินมรดก" คุ้มครองอยู่แล้ว ควรปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจ เพราะสละแล้วถอนไม่ได้

5. ถ้าคุณเป็นเจ้าหนี้ของคนที่เสียชีวิต

ฝั่งเจ้าหนี้ เช่น ให้ญาติหรือเพื่อนยืมเงินไปแล้วเขาเสียชีวิต อย่ารอจนพ้นงานศพนานเกินไป ให้ส่งหนังสือแจ้งหนี้ถึงทายาททุกคนที่รู้จักและผู้จัดการมรดก ขอให้ชำระจากมรดก แต่จำไว้ว่า หนังสือทวงถามไม่ได้หยุดอายุความ 1 ปี ถ้าทายาทไม่ยอมเซ็นรับสภาพหนี้หรือไม่จ่าย ต้องฟ้องให้ทันกำหนด

ทำหนังสือแจ้งหนี้ถึงทายาทฟรี →แจ้งทายาททีละคน ขอให้ชำระจากมรดก พร้อมคำนวณวันสุดท้ายที่ต้องฟ้อง

ถ้าทายาทยอมผ่อน ให้ทำ หนังสือรับสภาพหนี้ ระบุยอดชัดเจน และเขียนว่าชำระจากมรดกที่ได้รับ

6. และช้าก่อนนนนน!!! อย่าเพิ่งเซ็นอะไรตอนยังเศร้า

คนที่ทำงานตามหนี้มาจะรู้ว่าช่วงหลังงานศพคือช่วงที่ทายาทเซ็นเอกสารง่ายที่สุด ทั้งเพราะเกรงใจ ทั้งเพราะอยากให้เรื่องจบ บางครั้งมีคนบอกว่า "ลูกต้องรับหนี้แทนพ่อแม่" ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ก่อนเซ็นอะไรก็ตาม ขอดูสัญญาหนี้ตัวจริงและยอดค้าง ถามตัวเองว่าได้มรดกเท่าไหร่ และถ้าจะเซ็น ให้เขียนชัดว่ารับผิดในฐานะทายาท ไม่เกินทรัพย์มรดกที่ได้รับ ศาลฎีกาเคยถือว่าการพูดขู่ว่าจะแจ้งตำรวจให้ทายาทยอมเซ็น เป็นการใช้สิทธิตามปกติ หนังสือที่เซ็นไปจึงยังใช้บังคับได้ (ฎ.4557/2566 คดีนั้นเจ้าหนี้เป็นญาติกัน ถ้าคนทวงเป็นธนาคาร บริษัทสินเชื่อ หรือบริษัททวงหนี้ กฎหมายทวงถามหนี้ห้ามขู่แบบนี้) เซ็นแล้วจึงถอนยาก

สรุปสั้น ๆ: ลูกหนี้เสียชีวิต หนี้ไม่หาย แต่ทายาทรับผิดไม่เกินมรดกที่ได้รับ ไม่ได้มรดกก็ไม่ต้องจ่าย เจ้าหนี้มีเวลาฟ้อง 1 ปีนับจากรู้ว่าลูกหนี้ตาย และการเซ็นรับหนี้หรือผ่อนแทนอาจทำให้เวลานั้นเริ่มนับใหม่ครับ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ หากมูลค่าสูงหรือมีข้อพิพาท ควรปรึกษาทนายความ

คำถามที่พบบ่อย

พ่อแม่เสียชีวิต ลูกต้องใช้หนี้แทนไหม

ลูกในฐานะทายาทรับผิดไม่เกินทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน (ป.พ.พ. มาตรา 1601) ถ้าไม่ได้รับมรดกเลยก็ไม่ต้องเอาเงินของตัวเองไปจ่าย เว้นแต่ลูกเป็นผู้ค้ำประกันหรือผู้กู้ร่วมในสัญญานั้นเอง

เจ้าหนี้ต้องฟ้องทายาทภายในกี่ปี

ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่เจ้าหนี้รู้หรือควรรู้ถึงความตายของลูกหนี้ และไม่เกิน 10 ปีนับแต่ลูกหนี้ตาย (มาตรา 1754) แต่ถ้าทายาทรับสภาพหนี้หรือผ่อนจ่ายภายในกำหนด อายุความจะเริ่มนับใหม่

สละมรดกต้องทำอย่างไร

ต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ (มาตรา 1612) สละบางส่วนหรือมีเงื่อนไขไม่ได้ และถอนไม่ได้ (มาตรา 1613)

มรดกไม่พอใช้หนี้ ส่วนที่ขาดใครจ่าย

เจ้าหนี้กองมรดกได้รับชำระจากทรัพย์สินในกองมรดกเท่านั้น (มาตรา 1734) ส่วนที่ขาด ทายาทไม่ต้องจ่ายด้วยเงินของตัวเอง

ผู้ค้ำประกันเสียชีวิต หนี้ค้ำตกทอดไหม

สัญญาค้ำประกันไม่ระงับเพราะผู้ค้ำตาย ความรับผิดตกทอดแก่ทายาทของผู้ค้ำ (ฎ.1268/2555) แต่ทายาทรับผิดไม่เกินทรัพย์มรดกที่ได้รับเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง

หมายเหตุ: ข้อมูล ณ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 — กฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง

อ่านต่อ