SiamContract

น้ำท่วมไปทำงานไม่ได้ หักเงินเดือนได้ไหม? ถือว่าขาดงานไหม บริษัทปิดเพราะน้ำท่วมต้องจ่ายค่าจ้าง 75% ไหม และประกันสังคมจ่ายเงินชดเชยให้ไหม

SiamContract · · อ่าน 11 นาที

น้ำท่วมไปทำงานไม่ได้ หักเงินเดือนได้ไหม ถือว่าขาดงานไหม บริษัทปิดต้องจ่ายค่าจ้าง 75% ตามมาตรา 75 หรือเหตุสุดวิสัย ประกันสังคมจ่ายชดเชย 50% ไม่เกิน 90 วัน


ถนนหน้าหมู่บ้านน้ำสูงถึงเอว รถออกไม่ได้ โทรบอกหัวหน้าว่าวันนี้เข้าไม่ได้ ได้คำตอบกลับมาว่า "งั้นหักเงินนะ" บางคนหนักกว่านั้นคือโรงงานประกาศปิดไม่มีกำหนด ไม่รู้ว่าเดือนนี้จะได้เงินเดือนไหม คำถาม น้ำท่วมไปทำงานไม่ได้ หักเงินเดือน ได้หรือไม่ ตอบสั้นคือ วันที่ไม่ได้ทำงาน นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างวันนั้นได้ แต่ห้ามหักเงินเดือนส่วนของวันที่ทำงานแล้ว และห้ามถือว่าขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร ส่วนบริษัทที่ปิดเพราะน้ำท่วม กฎหมายมีกติกาให้จ่ายค่าจ้างอย่างน้อย 75% แต่มีเงื่อนไข บทความนี้แยกให้ชัดทีละกรณี พร้อมสิทธิประกันสังคมที่จ่ายเงินชดเชยให้คนที่ขาดรายได้เพราะน้ำท่วม ซึ่งหลายคนไม่รู้ว่ามีครับ

1. ลูกจ้างไปทำงานไม่ได้เพราะน้ำท่วม (บริษัทเปิดปกติ)

คำถามคำตอบตามกฎหมายฐาน
ถือว่าขาดงานไหมไม่ใช่การละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร น้ำท่วมถนนตัดขาด บ้านจมน้ำ ต้องอพยพ เป็นเหตุอันสมควร นายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยอ้างขาดงาน 3 วันไม่ได้พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.119(5)
ได้ค่าจ้างวันนั้นไหมโดยหลักไม่ได้ ถ้าไม่ได้ทำงานและไม่มีข้อตกลงที่ดีกว่า (หลัก no work no pay) แต่นายจ้างหลายแห่งให้ใช้ลาพักร้อน ลากิจ หรือจ่ายให้เป็นสวัสดิการ ตกลงกันได้สัญญาจ้าง / ข้อบังคับการทำงาน
"หักเงิน" ได้ไหมห้ามหักค่าจ้างของวันที่ทำงานแล้ว ค่าจ้างหักได้แค่ 5 กรณี (ภาษี ค่าบำรุงสหภาพ หนี้สหกรณ์/สวัสดิการที่ยินยอม เงินประกันหรือค่าเสียหายที่ลูกจ้างจงใจ/ประมาทร้ายแรงและยินยอม เงินสะสมกองทุน) น้ำท่วมไม่อยู่ในนั้น · การไม่จ่ายวันที่ไม่ได้มา เป็นคนละเรื่องกับการหักม.76
ทำงานจากบ้านได้ไหมถ้าลักษณะงานทำได้ ขอตกลงกับนายจ้างให้ทำจากบ้าน ถือว่าทำงาน ได้ค่าจ้างเต็มข้อตกลงสภาพการจ้าง

สิ่งที่ลูกจ้างควรทำคือ แจ้งนายจ้างทันทีทุกช่องทาง และ เก็บหลักฐาน ไว้ เช่น รูปถนนหน้าบ้านที่น้ำท่วม ประกาศปิดถนนของ กทม. หรือจังหวัด ประกาศเขตภัยพิบัติของพื้นที่ ข้อความที่แจ้งหัวหน้า ถ้าภายหลังถูกอ้างว่าขาดงาน หลักฐานพวกนี้คือตัวตัดสิน ถ้าถูกหักค่าจ้างวันที่ทำงานแล้ว ร้องพนักงานตรวจแรงงานได้ด้วยแบบ คร.7 ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ (สายด่วน 1506 กด 3) อ่านวิธีร้องที่ นายจ้างไม่จ่ายเงินเดือน ทำยังไง

2. บริษัทปิดชั่วคราวเพราะน้ำท่วม ต้องจ่ายค่าจ้าง 75% ไหม

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 75 กำหนดว่า ถ้านายจ้างจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนชั่วคราว ด้วยเหตุสำคัญที่กระทบการประกอบกิจการ ซึ่งมิใช่เหตุสุดวิสัย นายจ้างต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้าง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้างในวันทำงาน ที่ลูกจ้างได้รับก่อนหยุด ตลอดช่วงที่ไม่ได้ให้ทำงาน และต้อง แจ้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ คำสำคัญคือ "มิใช่เหตุสุดวิสัย" ซึ่งทำให้น้ำท่วมแบ่งเป็น 2 กรณี

สถานการณ์เข้า ม.75 ไหมลูกจ้างได้อะไร
โรงงานไม่ได้ท่วม แต่วัตถุดิบส่งไม่ได้ ลูกค้าหยุดสั่ง พนักงานส่วนใหญ่มาไม่ได้ นายจ้างเลือกหยุดสายการผลิตบางส่วนเข้า เป็นเหตุสำคัญกระทบกิจการ แต่ไม่ถึงกับทำไม่ได้เลยค่าจ้างไม่น้อยกว่า 75% ตลอดช่วงหยุด + ไปทำงานที่อื่นชั่วคราวได้ (กสร. เคยแจ้งแนวทางนี้)
โรงงานจมน้ำ ไฟฟ้าถูกตัด เข้าพื้นที่ไม่ได้ ทำงานไม่ได้เลยไม่ว่าจะทำยังไงอาจเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่เข้า ม.75นายจ้างอาจไม่ต้องจ่าย 75% → ลูกจ้างไปใช้สิทธิ ประกันสังคมว่างงานเหตุสุดวิสัย 50% (หัวข้อ 3)
นายจ้างอ้างน้ำท่วมแต่จริง ๆ ยอดขายตก สั่งหยุดโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ไม่จ่ายอะไรเลยผิด ม.75ร้องพนักงานตรวจแรงงานให้สั่งจ่าย 75% + ดอกเบี้ยผิดนัด 15% ต่อปี
นายจ้างใช้จังหวะน้ำท่วมเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้าง ไม่ใช่หยุดชั่วคราวค่าชดเชยตามอายุงาน (ม.118) 30–400 วัน + ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า อ่าน ถูกเลิกจ้าง ได้ค่าชดเชยเท่าไร

น้ำท่วมจะเป็น "เหตุสุดวิสัย" หรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงรายกรณี ไม่ใช่ว่าน้ำท่วมแล้วนายจ้างยกเว้นได้ทันที ถ้านายจ้างยังเปิดบางส่วนได้ สั่งงานได้ หรือเลือกหยุดเพื่อลดต้นทุน ก็ยังเข้า ม.75 ลูกจ้างที่ถูกบอกว่า "หยุดไม่มีกำหนด ไม่จ่าย" ควร ขอหนังสือแจ้งหยุดกิจการ ที่ระบุวันเริ่มและวันสิ้นสุด และถามว่าช่วงนี้จ่ายเท่าไร ถ้าไม่ได้อะไรเลย ให้ขอ หนังสือรับรองการหยุดงานเพราะเหตุสุดวิสัย เพื่อไปยื่นประกันสังคมแทน

ตัวอย่างคำนวณ: เงินเดือน 18,000 บาท โรงงานหยุด 20 วันทำงาน

กรณีได้รับช่วงหยุดคิดจาก
เข้า ม.75 นายจ้างจ่าย 75%≈ 10,385 บาท (20 วัน × 600 × 75%)ค่าจ้างวันทำงาน 18,000 ÷ 26 ≈ 692 → ใช้ฐานค่าจ้างต่อวันทำงานตามที่ตกลง ตัวอย่างนี้ใช้ 600/วันเพื่อให้เห็นภาพ ตัวเลขจริงดูสลิป
เหตุสุดวิสัย นายจ้างไม่จ่าย → ประกันสังคม 50%≈ 5,833 บาท (20 วัน × 291.67)50% ของค่าจ้างรายวันจากฐานสูงสุด 17,500 บาท/เดือน (17,500 ÷ 30 ÷ 2)
นายจ้างจ่ายเต็ม 100% เป็นสวัสดิการ18,000 บาทดีกว่ากฎหมาย ทำได้เสมอ

3. ประกันสังคม ม.33 จ่ายเงินชดเชยว่างงานเหตุสุดวิสัย 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน

สำนักงานประกันสังคมแจ้งสำหรับน้ำท่วม 2569 ว่าผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่ นายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเพราะน้ำท่วม หรือตัวเองไปทำงานไม่ได้เพราะน้ำท่วม และไม่ได้รับค่าจ้าง มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน ครั้งละไม่เกิน 90 วัน โดยยังมีสถานะเป็นลูกจ้างอยู่ ไม่ต้องลาออก

เงื่อนไข / ขั้นตอนรายละเอียด
ใครได้ผู้ประกันตน ม.33 ที่ส่งเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 6 เดือนใน 15 เดือน ก่อนหยุดงาน ยังไม่ลาออก ไม่ถูกเลิกจ้าง และ ไม่ได้รับค่าจ้าง ช่วงนั้น (ถ้านายจ้างจ่าย 75% ตาม ม.75 อยู่ จะไม่เข้าเกณฑ์นี้)
ได้เท่าไร50% ของค่าจ้างรายวัน ฐานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท/เดือน (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569) → สูงสุดราว 291 บาท/วัน จ่ายเป็นรายเดือน เศษของเดือนคิดรายวัน
นานแค่ไหนตลอดช่วงที่ไม่ได้ทำงานหรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน ครั้งละไม่เกิน 90 วัน หยุดจ่ายเมื่อกลับเข้าทำงานหรือสถานประกอบการเปิด
ลูกจ้างยื่นอะไรแบบ สปส.2-01/7 (ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน) + หนังสือรับรองการว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยจากนายจ้าง + สำเนาสมุดบัญชี ถ้ายังไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน · ยื่นได้ภายใน 2 ปี
นายจ้างทำอะไรบันทึกข้อมูลลูกจ้างที่หยุดงานและออกหนังสือรับรองผ่านระบบ e-Service ของ สปส. (www.sso.go.th) ถ้ากลับมาเปิดก่อนกำหนดต้องแจ้งปรับปรุงภายใน 7 วัน
ยื่นที่ไหนสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ / จังหวัด / สาขา หรือยื่นอิเล็กทรอนิกส์ · สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง
ตัวเลข 50% และ 90 วัน เป็นตามที่สำนักงานประกันสังคมแจ้งสำหรับน้ำท่วม 2569 กฎกระทรวงเรื่องเหตุสุดวิสัยมีหลายฉบับและระยะเวลาอาจต่างกันตามประเภทเหตุ ก่อนยื่นให้โทร 1506 ยืนยันว่ากรณีของคุณใช้เกณฑ์ไหน และขอให้นายจ้างออกหนังสือรับรองให้ครบถ้วน

ตรงนี้ลูกจ้างต้องพึ่งนายจ้างเรื่องเอกสาร ถ้านายจ้างไม่ยอมออกหนังสือรับรองหรือไม่บันทึกใน e-Service ให้แจ้งสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จะประสานนายจ้างให้ นอกจากนี้ถ้าต้องกู้ฉุกเฉินหรือขอพักหนี้ช่วงขาดรายได้ ธนาคารมักขอ หนังสือรับรองการทำงานและเงินเดือน ด้วย ขอจากฝ่ายบุคคลได้ หรือดูแบบที่ หนังสือรับรองการทำงาน

4. เช็กลิสต์สำหรับลูกจ้างและนายจ้าง

  1. วันที่น้ำท่วมมาทำงานไม่ได้
    ลูกจ้าง: แจ้งทันที เก็บหลักฐาน

    แจ้งหัวหน้าทางโทรศัพท์/ไลน์ ถ่ายรูปน้ำท่วมหน้าบ้านและเส้นทาง เซฟประกาศปิดถนน ถ้าทำงานจากบ้านได้ให้เสนอ

  2. เมื่อบริษัทประกาศหยุด
    นายจ้าง: แจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้า 3 วันทำการ

    ระบุวันเริ่ม-วันสิ้นสุด ส่วนที่หยุด และจำนวนเงินที่จะจ่าย (ไม่น้อยกว่า 75%) ส่งพนักงานตรวจแรงงานด้วย ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ให้ออกหนังสือรับรองให้ลูกจ้างยื่นประกันสังคมและบันทึก e-Service ใช้แบบฟอร์มหนังสือแจ้งหยุดกิจการชั่วคราวได้

  3. ระหว่างหยุด
    ลูกจ้าง: รับ 75% หรือยื่นประกันสังคม

    ถ้าได้ 75% ไม่ต้องยื่น สปส. · ถ้าไม่ได้ค่าจ้างเลย ยื่น สปส.2-01/7 พร้อมหนังสือรับรองนายจ้าง · ไปทำงานที่อื่นชั่วคราวได้ถ้าไม่ขัดสัญญา

  4. วันจ่ายค่าจ้าง
    ตรวจสลิป

    วันที่ทำงานแล้วต้องได้เต็ม วันที่หยุดตาม ม.75 ต้องได้ 75% ถ้าถูกหักหรือไม่จ่าย ทักท้วงเป็นหนังสือ แล้วร้อง คร.7 ภายหลัง

  5. ถ้าถูกเลิกจ้าง
    เรียกค่าชดเชยและค่าบอกกล่าว

    น้ำท่วมไม่ใช่เหตุยกเว้นค่าชดเชย ขอหนังสือเลิกจ้างที่ระบุเหตุ แล้วร้องพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงาน (ไม่เสียค่าธรรมเนียม)

    ม.118
ทำหนังสือรับรองการทำงาน / เงินเดือน ฟรี (สำหรับนายจ้าง) →ลูกจ้างที่ประสบภัยมักต้องใช้ยื่นธนาคารขอพักหนี้หรือกู้ฉุกเฉิน นายจ้างออกให้ได้ใน 5 นาที ส่วนหนังสือรับรองเหตุสุดวิสัยสำหรับประกันสังคม ให้ใช้แบบท้ายกฎกระทรวงผ่านระบบ e-Service ของ สปส.

5. เช็กข้อมูลล่าสุดได้ที่ไหน

เรื่องดูที่ไหน (ทางการ)
ตัวบท ม.75, 76, 118, 119พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับปรับปรุง 2568 (กองนิติการ กสร.)
ร้องเรียนนายจ้าง (คร.7)สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ / จังหวัด · สายด่วน 1506 กด 3 · กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ว่างงานเหตุสุดวิสัย 50% แบบฟอร์ม สปส.2-01/7สำนักงานประกันสังคม หลักเกณฑ์กรณีว่างงาน · สายด่วน 1506
มาตรการประกันสังคมน้ำท่วม 2569ประกันสังคมช่วยผู้ประกันตนที่ประสบอุทกภัย (กรมประชาสัมพันธ์)
สรุปส่งต่อ: น้ำท่วมมาทำงานไม่ได้ ไม่ใช่ขาดงาน (ม.119(5)) แต่วันที่ไม่ได้ทำอาจไม่ได้ค่าจ้าง เว้นแต่ตกลงกัน · ห้ามหักค่าจ้างวันที่ทำงานแล้ว (ม.76) · บริษัทหยุดเพราะน้ำท่วมที่ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย จ่ายไม่น้อยกว่า 75% แจ้งล่วงหน้า 3 วันทำการ (ม.75) · เหตุสุดวิสัยจริงไม่ได้ค่าจ้าง → ประกันสังคม ม.33 จ่าย 50% ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ยื่น สปส.2-01/7 + หนังสือรับรองนายจ้าง · 1506

เรื่องน้ำท่วมอื่น ๆ ทั้งเงินเยียวยา ประกัน บ้านเช่า รถ หนี้ งาน เกษตรกร ร้านค้า และแบบฟอร์มฟรี รวมไว้ที่ น้ำท่วม 2569 ต้องทำอะไรบ้าง

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของคุณ หากมูลค่าสูงหรือมีข้อพิพาท ควรปรึกษาทนายความ

คำถามที่พบบ่อย

น้ำท่วมไปทำงานไม่ได้ นายจ้างหักเงินเดือนได้ไหม

วันที่ไม่ได้ทำงาน นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างได้ถ้าไม่มีข้อตกลงที่ดีกว่า แต่ห้ามหักค่าจ้างของวันที่ทำงานแล้ว เพราะมาตรา 76 ให้หักได้แค่ 5 กรณีซึ่งไม่รวมน้ำท่วม และไม่ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร ควรแจ้งนายจ้างทันทีและเก็บหลักฐาน

บริษัทปิดเพราะน้ำท่วม ต้องจ่ายค่าจ้าง 75% ไหม

ถ้าหยุดกิจการชั่วคราวด้วยเหตุสำคัญที่ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 75% ของค่าจ้างวันทำงานตลอดช่วงหยุด และแจ้งลูกจ้างกับพนักงานตรวจแรงงานล่วงหน้า 3 วันทำการ (มาตรา 75) ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัยจริง เช่น โรงงานจมน้ำทำงานไม่ได้เลย นายจ้างอาจไม่ต้องจ่าย ลูกจ้างไปใช้สิทธิประกันสังคมแทน

ประกันสังคมจ่ายเงินชดเชยให้คนที่น้ำท่วมทำงานไม่ได้ไหม

ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่นายจ้างหยุดกิจการหรือไปทำงานไม่ได้เพราะน้ำท่วม และไม่ได้รับค่าจ้าง ได้ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย 50% ของค่าจ้างรายวัน ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ยื่นแบบ สปส.2-01/7 พร้อมหนังสือรับรองจากนายจ้าง สอบถาม 1506

น้ำท่วมมาทำงานไม่ได้ 3 วัน จะถูกไล่ออกฐานขาดงานได้ไหม

ไม่ได้ มาตรา 119(5) ให้เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเฉพาะการละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร น้ำท่วมถนนตัดขาดเป็นเหตุอันสมควร ถ้าถูกเลิกจ้างยังมีสิทธิค่าชดเชยตามอายุงานและค่าบอกกล่าวล่วงหน้า

นายจ้างสั่งหยุดเพราะน้ำท่วมแล้วจ่าย 75% ลูกจ้างไปทำงานที่อื่นได้ไหม

ได้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเคยแจ้งแนวทางว่าระหว่างนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราว ลูกจ้างไปทำงานกับนายจ้างอื่นเพื่อหารายได้เพิ่มได้ และนายจ้างเดิมยังต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 75% ตามมาตรา 75 เว้นแต่สัญญาจ้างห้ามไว้โดยชอบ

ข้อมูลอ้างอิง

หมายเหตุ: ข้อมูล ณ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569 — กฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง

อ่านต่อ